ั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง
“อาหารมาแล้ว!”
ข้าวหนึ่งชามถูกยกมาวางตรงหน้าซ่งโหยว
เป็นข้าวสีดำในชามดินสีน้ำตาลเข้ม ข้าวทุกเม็ดมีรูปร่างเรียวยาวสีดำ ดูหยาบกร้าน ด้านบนโปะด้วยหัวไชเท้าดองไม่กี่ชิ้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว
ซ่งโหยวหยิบตะเกียบขึ้นมาชิมดู นอกจากจะมีผักดองแล้ว ดูเหมือนคราวนี้เถ้าแก่จะราดน้ำซุปเปรี้ยวลงไปด้วย ข้าวจึงมีรสเปรี้ยวขึ้นเล็กน้อย ถือว่ามีรสชาติดีเยี่ยม ช่วยเปิดต่อมรับรสยามฤดูร้อนได้ดีเลยทีเดียว ทว่าเนื้อสัมผัสของข้าวยังทำได้ไม่ดีนัก อย่างมากก็แค่รู้สึกแปลกใหม่เท่านั้น
แท้จริงแล้วข้าวเตียวหูก็คือข้าวป่า
เดิมทีหลายพื้นที่ในต้าเยี่ยนมักจะกินเป็นอาหารหลัก แต่ต่อมาก็ค่อยๆ สูญหายไปเพราะเหตุผลบางประการ ที่น่าสนใจคือพอมันไม่ได้เป็นอาหารหลักอีกต่อไป และเริ่มกลายเป็นอาหารหายาก กลับมีบางพื้นที่เริ่มใช้มันเป็นอาการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ อาจเป็นเพราะต้องการสื่อความหมายถึงประเพณีโบราณ
“แม่นางสามสีลองชิมดูสิ”
ซ่งโหยวตักข้าวหนึ่งช้อนพร้อมกับหัวไชเท้าดองชิ้นเล็กๆ วางไว้บนฝ่ามือ ก่อนจะยื่นให้แมวน้อย
แมวน้อยจึงยอมชิมดู
นางจ้องมองนักพรตด้วยสายตาตะลึงงัน แต่ก็ต้องจำใจกลืนลงไปเพราะไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง หลังจากนั้นนางก็เอาแต่มองนักพรตด้วยสายตาเป็นกังวล
ทว่าซ่งโหยวกลับกินข้าวจนหมดชาม
……………