ซ่งโหยวยืนอยู่บนยอดเขาเยี่ยซาน แหงนหน้ามองออกไปไกล
แตกต่างจากเขาเยี่ยซานในครั้งก่อนที่ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกทึบจากปราณหยินและปราณภูตผี เวลานี้ผืนฟ้าแห่งนี้เต็มไปด้วยแสงอรุณที่สดใสของฤดูใบไม้ผลิ แสงแดดสว่างไสวแต่ไม่ร้อนระอุ เมื่อตกกระทบผิวกายก็ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายอย่างเต็มที่
เมื่อมองไปรอบๆ ทิวทัศน์ก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ภูเขาที่เคยรกร้างได้ถูกทำลายไปนานแล้ว ความน่าอัศจรรย์และแปลกตากลับช่วยแต่งเติมซากปรักหักพังนั้น บนพื้นดินมีเสาหินตั้งตระหง่าน ดุจดาบยักษ์ตามตำนานโบราณ ไหนจะยังมีก้อนหินขนาดมหึมาที่มีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ ผ่านไปเพียงหนึ่งปีก็มีตะไคร่น้ำขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด ทั้งยังมีภูเขาที่ถูกเจาะให้เป็นช่องโหว่ครึ่งวงกลม ช่องโหว่นั้นกลมสมบูรณ์แบบ จนไม่เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแม้แต่น้อย
พื้นดินแยกออกเป็นเหวลึก กักเก็บกระแสน้ำสีเขียวดุจมรกต นอกจากนี้ยังมีแอ่งน้ำเล็กใหญ่เต็มพื้นไปหมด แอ่งที่เล็กก็กว้างเพียงไม่กี่จั้ง หรืออาจจะเล็กกว่านั้น แอ่งที่ใหญ่ก็กว้างเป็นสิบหรือหลายสิบจั้ง ซึ่งล้วนเป็นแอ่งที่เกิดจากการจอมมารทั้งสิ้น บัดนี้ถูกเติมเต็มไปด้วยน้ำทั้งหมด บางแห่งเป็นสีเขียวมรกต บางแห่งก็เป็นสีฟ้าครามดุจท้องฟ้า มีสีเข้มสีอ่อนแตกต่างกันไป ราวกับอัญมณีที่ประดับอยู่เต็มพื้นพสุธา
ราวกับเป็นสนามรบของเทพเจ้าในยุคบรรพกาล
ซ่งโหยวเห็นไปถึงทะเลสาบรูปทรงคล้ายมนุษย์ยาวนับร้อยจั้งอยู