ต้องการอาตมาอีกต่อไป”
“ท่านต้องทราบก่อนว่า หากนรกภูมิถือกำเนิดขึ้นแล้ว ทุกสิ่งจะเข้าสู่วัฏจักรสงสาร” ซ่งโหยวกล่าว “หากวิญญาณที่ท่านโปรดเข้าสู่วัฏจักรสงสารเมื่อไร ทุกสิ่งก็จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”
“ความสงบแม้ดำรงอยู่เพียงชั่วขณะก็ยังถือเป็นความสงบ ความดีงามก็เช่นกัน”
“แล้วเหล่าปุถุชนคนธรรมดาเล่า”
“บนโลกมนุษย์มีพระภิกษุอีกมากมาย แต่ในเมืองผีแห่งนี้มีเพียงอาตมาผู้เดียว”
“แต่หากข้ากล่าวว่า ท่านทำได้เพียงปลอบประโลมวิญญาณ โน้มน้าวให้กลับมาทำคุณความดี แต่ห้ามเผยแผ่พระธรรมคำสอนเล่า”
พระภิกษุได้ยินเช่นนั้นก็หาได้รู้สึกหวั่นไหว สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ก่อนจะพนมมือแล้วก้มศีรษะลง
“นั่นคือพระธรรมคำสอนของอาตมา”
“ท่านคิดดีแล้วหรือไม่”
“คิดดีแล้ว”
ซ่งโหยวจึงไม่ถามอะไรต่อ เพียงกล่าวตามความเป็นจริงว่า “ช่วงก่อนหน้านี้ ยมทูตได้พาท่านเดินชมเมืองผีจนทั่วแล้ว ไม่ทราบว่ายมทูตได้เล่าให้ท่านฟังหรือไม่ว่าแผนเดิมของราชครูและวิมานสวรรค์จะมีการสำรองตำแหน่งนนรกให้ฝ่ายพุทธด้วย เพราะว่าแนวคิดเรื่องวัฏจักรสงสารนั้นมาจากทางพุทธ”
“อาตมามิใช่พระโพธิสัตว์ และไม่กล้าที่จะเป็นหรอก”
“ท่านยังจำเรื่องที่ข้าเล่าให้ท่านฟังที่กุยจวิ้นได้หรือไม่ แท้จริงแล้วท่านถูกลิขิตให้บรรลุอรหันต์” ซ่งโหยวกล่าวเบาๆ “ทุกวันนี้คำสอนของท่านถือว่าสูงส่งมากเลยทีเดียว ผลบุญจากการช่วยเหลือคนที่กุยจวิ้นนั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าองค์เทพหรือพระโพธิสัตว์เลย นับป