กับครั้นยังอยู่ที่กุยจวิ้น”
“อมิตาพุทธ…”
พระภิกษุก้มศีรษะลงอีกครั้ง จากนั้นจึงลุกขึ้นช้าๆ แววตานั้นสว่างไสวราวไข่มุก ครั้นยืนขึ้นแล้วก็หันมากล่าวกับนักพรตต่อ “ท่านนักพรตยังจำคำที่อาตมาเคยกล่าวไว้ได้หรือไม่”
“เชิญกล่าวมาเถิด”
“แม้อาตมาจะพยากรณ์โชคชะตาไม่ได้ แต่ดวงตาคู่นี้ของอาตมาสามารถมองทะบุปรุโปร่งถึงหัวใจ เหนือฟ้าใต้หล้าล้วนตกอยู่ในความวุ่นวาย ท่านนักพรตคงไม่อาจใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรีต่อไปได้นานนักหรอก”
“…”
ประโยคนี้ดึงซ่งโหยวกลับไปสู่ค่ำคืนที่พายุหิมะโหมกระหน่ำทันที
ตอนนั้นตอบกลับไปว่าอย่างไร เขาก็ลืมไปหมดแล้ว
บัดนี้พระภิกษุเดินลงไปด้านล่างแล้ว
เมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง ก็เงยหน้ามองดวงจันทร์อีกครั้งโดยไม่กล่าวสิ่งใด
อันที่จริงพระภิกษุเพิ่งมาเยือนเมืองผีแห่งนี้แค่เดือนครึ่งเท่านั้น ครั้งก่อนที่ได้เห็นจันทร์กระจ่างถึงเพียงนี้ก็เมื่อสองเดือนก่อน แต่บัดนี้เขากลับเต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ เกรงว่ากว่าจะได้เห็นแสงจันทร์อีกครั้งก็คงนานแสนนาน
พระภิกษุก้มหน้าลงแล้วเดินต่อไป
เจ้าแมวจะเล่นก้อนผ้าของตนที่ใดก็ได้แท้ๆ ไฉนเลยต้องมาเล่นบนแท่นสูงหลายสิบจั้งเช่นนี้ด้วย เพราะนางมักจะทำของเล่นตกลงไปเสมอ ทำให้ต้องลำบากปีนขึ้นลงไปเก็บอยู่เรื่อย
ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป ฤดูหนาวมาเยือน
เทพเจ้าแห่งแดนสวรรค์มาเยือนอีกหลายครั้ง โดยมีเซียนชราชิงมู่เป็นคนกลางในการส่งสาร
ซ่งโหยวค่อนข้างชอบที่จะติดต่อกับเซียนผู้นี้ ท่านมิได้