้นเห็นเขาตื่นขึ้น นางจึงกลับไปนั่งเลียอุ้งเท้า
“นักพรตตื่นแล้วหรือ เจ้าหิวไหม เมื่อวานได้กินอะไรหรือไม่ ที่นี่ไม่มีหนูเลย แต่ข้างนอกมีแอ่งน้ำเล็กๆ ตั้งหลายแอ่ง แม่นางสามสีไปจับปลามาให้เจ้าหลายตัวเชียว…”
ซ่งโหยวลุกขึ้นเห็นปลาตัวเล็กๆ หลายตัววางเรียงเป็นระเบียบ หัวท้ายเรียงตรงกัน ระยะห่างก็เท่ากัน ซ้ำแล้วยังไล่เรียงขนาดจากใหญ่ไปเล็ก
แม่นางสามสีมักจะคิดอะไรแปลกๆ อยู่เสมอ นางเชื่อว่าตนเองล่าเหยื่อเก่ง จึงต้องรับผิดชอบอาหารการกินของทุกคน หากใครไม่มีของกิน นั่นแปลว่านางล่าได้ไม่ดีพอ บางทีนางจะโทษตัวเอง แล้วเอาแต่นั่งเงียบอยู่ด้วยความละอายใจ
ซ่งโหยวย่อมรู้ดี
อีกทั้งเขายังรู้ว่าแม่นางสามสีเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ ชอบเรียงขนาดเหยื่ออยู่เสมอ
เขาจึงได้แต่กล่าวขอบคุณพร้อมกับถามว่าเยี่ยนอันกับเจ้าม้าได้กินบ้างหรือยัง จากนั้นจึงนำปลาไปย่าง
“ข้ายังต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก จึงมีหลายเรื่องที่ต้องรบกวนแม่นางสามสี, เยี่ยนอันและเจ้าม้า”
“เรื่องอะไรหรือ”
เจ้าแมวแหงนหน้าขึ้นมองทันที
“คุณชายว่ามาเถิดขอรับ!” นกนางแอ่นบนก้อนหินขานรับ ก่อนจะถามต่อ “ใช่เรื่องเชิญวิญญาณกลับมาที่นี่หรือไม่ขอรับ”
“นั่นคือข้อที่หนึ่ง”
“ข้อที่สองคือ ท่านจะให้พวกข้านำสัมภาระที่ทิ้งไว้กลางทางที่เจิ้งซีกลับมาที่นี่ด้วยใช่หรือไม่ขอรับ”
“ฉลาดมาก” ซ่งโหยวยิ้มชม “นอกจากนี้ราชครูยังเก็บดินห้าทิศสองก้อนไว้แถวที่ว่าการอำเภออิ่นหนาน เป็นดินวิเศ