ย อย่างน้อยที่สุด ในสายตาของท่านนักพรตก็ถือเป็นใจจริงแล้วกระมัง”
“แม่นางยังมีเรื่องอื่นจะกล่าวอีกหรือไม่”
“หากไม่มีเรื่องจะกล่าว ท่านก็พร้อมจะไล่แขกแล้วหรือ”
“ในเมื่อแม่นางไม่เคยทำร้ายผู้ใด ไม่เคยช่วยเหลือราชครู อีกทั้งยังช่วยมอบแสงสว่างให้ข้าและช่วยข้าสังหารจระเข้ชราตนนั้น แม่นางก็ควรจากไปได้แล้ว”
“ข้ายังมีเรื่องอยากกล่าว”
“ว่ามาเถิด”
“ไม่กล่าวถึงเรื่องใจจริงก็กล่าวถึงการแลกเปลี่ยน” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง นางสงบลงมากแล้ว แม้จะยังดูอ่อนแอและเหนื่อยล้า แต่ก็ฉายแววของจอมมารที่เคยวางแผนหลอกใช้ราชครูจนตนสามารถแก้แค้นเผ่าจระเข้ได้ นางจ้องมองนักพรตตรงหน้าแล้วกล่าวขึ้น “หัวใจของท่านไม่ได้เป็นของโลกใบนี้”
“ดูจากสิ่งใด”
ซ่งโหยวถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม
“หัวใจของท่านนักพรตนั้นไม่เข้ากันกับโลกนี้และไม่เข้ากับยุคสมัยนี้” หญิงสาวกล่าว “ท่านนักพรตไม่ชอบโลกนี้ แม้จะลงจากเขามาหลายปี ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านมองไม่เห็น”
“แล้วอย่างไร”
“วิมานสวรรค์ก็เหมือนกับราชสำนักของมนุษย์ เน่าเฟะมานานแล้ว ไม่ช้าก็เร็วท่านนักพรตย่อมต้องได้ต่อสู้กับพวกเขา อย่างไรก็ตาม บัดนี้เป็นยุคสมัยแห่งวิถีมนุษย์และวิถีเทพ พลังของเทพเจ้าในวิมานสวรรค์ไม่ได้ด้อยไปกว่าเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในยุคบรรพกาลเลย แม้แต่ยอดฝีมือยุคบรรพกาลหลายท่านก็เอาตัวรอดเปลี่ยนแปลงของด้วยการหันไปเข้าร่วมกับวิมานสวรรค์ เทพผู้ทรงอำนาจในเงามืดและเ