ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
“จิตใจมนุษย์ช่างคาดเดายากยิ่งนัก” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ใครๆ ก็ว่าจิตใจปีศาจนั้นยากแท้หยั่งถึง แต่ถ้าจะว่ากันตามจริง คงจะเป็นจิตใจมนุษย์เสียมากกว่า”
“…”
“เช่นนั้นก็คงต้องค่อยๆ โน้มน้าวท่านนักพรตไปเรื่อยๆ อาศัยวันเวลาเพื่อแสดงความจริงใจให้ท่านเห็น” หญิงสาวทำราวกับไม่ใส่ใจต่อความเย็นชาของนักพรตก่อนหน้านี้ หรืออาจเพราะปีศาจล้วนเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว นางเพียงแต่กล่าวว่า “เมืองผีถูกทำลาย ข้าเดาว่าท่านนักพรตคงจะอยู่ที่นี่อีกไม่นานหรอก อีกทั้งเมืองผีนี้ช่างเงียบเหงา ข้าขอบรรเลงพิณให้ท่านนักพรตฟังสักบทเพลงก็แล้วกัน”
“…”
ซ่งโหยวครุ่นคิดอยู่ในใจ เขาไม่ได้ตอบอะไรนาง ซ้ำแล้วยังหลับตาใส่ด้วย
ทว่าครู่หนึ่ง กลับมีเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากข้างนอก
เสียงฝีเท้าม้าแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงพิณ
นักพรตลืมตาขึ้นทันที
เสียงพิณของหญิงสาวก็หยุดลงด้วย
นกนางแอ่นบินนำเข้ามาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยม้าจนแดงและเจ้าแมวบนหลัง
ซ่งโหยวจ้องมองพวกเขาอย่างสงบนิ่ง
นกนางแอ่นเกาะลงบนก้อนหินสูงใกล้ๆ พลางมองลงไปที่หญิงสาวและสาวใช้อย่างแปลกใจและระแวดระวัง
ส่วนม้าขนแดงก็มาหยุดอยู่ตรงหน้านักพรต
“!”
แมวสามสีกระโดดลงมาทันที เมื่อเท้าแตะพื้นก็หยุดชะงักตามสัญชาตญาณ นางหันไปมองซ้ายขวา จ้องมองปีศาจจิ้งจอกและหางของนางอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็หันกลับมาและวิ่งตรงไปยังท่านนักพรตอย่างรวดเร็ว
ราวกับจงใจทำตัวปกติ ทำทีว่าตนเ