องไม่ได้รีบร้อน ค่อยๆ เดินเข้าไปหานักพรตแล้วยืดคอสำรวจรอบข้างอย่างกระฉับกระเฉง คอยพิจารณานักพรตของตน:
“นักพรต เจ้าสู้จบแล้วหรือ”
“จบแล้ว”
“ชนะไหม”
“ชนะแล้ว”
“อ้อ…”
เจ้าแมวจึงนั่งลงต่อหน้าเขา นักพรตนั่งขัดสมาธิ ส่วนนางนั่งยองๆ อย่างเรียบร้อย ก่อนจะยกอุ้งเท้าขึ้นมาเลียทำความสะอาด ผ่านไปครู่หนึ่งก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นสบตากับนักพรต
“ก่อนหน้านี้แม่นางสามสีเห็นนักพรตตัวใหญ่มากเลยล่ะ! เจ้าทำได้อย่างไร”
“เห็นตอนไหนหรือ”
“ตอนที่พวกเจ้ากำลังต่อสู้กัน ตอนที่ฟ้ามืดแล้วก็สว่างขึ้น!” แมวน้อยเงยหน้าขึ้น จ้องมองเขาตาเขม็ง สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมขึ้น “คืออะไรหรือ ทำไมเจ้าถึงตัวใหญ่ขนาดนั้น ใช่วิชาที่เจ้าเคยเล่าให้แม่นางสามสีฟังหรือไม่!”
“ไม่ใช่”
“ไม่ใช่หรือ เมี๊ยว”
แมวน้อยเอียงศีรษะเล็กน้อย มองนักพรตด้วยความสงสัย
“แน่นอนว่าไม่ใช่” นักพรตตอบตามตรง “ร่างจำแลงคือการทำให้ร่างกายตนเองใหญ่ขึ้น แต่ข้าทำได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น แม้จะมีพลังอันมหาศาลเช่นกัน แต่ก็คงอยู่ได้เพียงไม่กี่อึดใจ”
“ดูเก่งกาจมากเลย!”
“ไว้แม่นางสามสีฝึกฝนวิชาอื่นจนคล่องแล้ว ข้าจะเล่าให้แม่นางสามสีฟังอีกที”
“เล่าให้ฟัง!”
“ถูกต้อง…”
เจ้าแมวน้อยนั่งยองๆ เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเคร่งขรึมหนักแน่น
ส่วนนักพรตนั่งขัดสมาธิ ก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน
บัดนี้จิตใจของเขาถึงได้ผ่อนคลายลงอย่างแท้จริง