หมอกควันดำทึบราวกับมวลน้ำหนาแน่น จระเข้ชราเคลื่อนกายไปบนท้องฟ้า ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในหมู่หมอก บางครั้งมองเห็นเพียงส่วนหัวและส่วนหาง ดูแล้วคล้ายกับมังกรนัก
ปีศาจจิ้งจอกพ่นแสงศักดิ์สิทธิ์หลากสีออกมาจากปาก กระโจนเข้าปะทะกับจระเข้ยักษ์บนฟ้าอย่างดุเดือด
แสงเทวะผ่าทะลวงสู่ผืนพสุธาเป็นครั้งคราว
ทันใดนั้นจิ้งจอกก็ยอมเสี่ยงชีวิตพุ่งเข้าใส่จระเข้ยักษ์ โดยอาศัยแสงเทวะที่เปล่งประกายอยู่ทั่วร่างเป็นอาวุธ
พรึ่บ!
แสงเทวะสว่างวาบขึ้นอย่างฉับพลัน
กระทั่งปีศาจจิ้งจอกผละตัวออกจากการโต้กลับอันรุนแรงของจระเข้ยักษ์ได้อย่างฉิวเฉียด ดวงตาข้างเดียวที่จระเข้ชรายังใช้การได้ก็บอดสนิทเสียแล้ว
เห็นได้ชัดว่ามีรอยเล็บกรีดลึกบนดวงตาของมัน หากไม่ใช่เพราะรอยแผลนั้นยังสดใหม่และมีเลือดไหลอยู่ มันคงดูคล้ายกับดวงตาอีกข้างที่บอดไปก่อนหน้านี้ชนิดที่แทบจะแยกไม่ออกเลย
ปีศาจจิ้งจอกแปดหางยืนอยู่กลางอากาศ ขนปลิวพลิ้วไหวไปตามสายลม นางใช้แสงศักดิ์สิทธิ์ขับไล่หมอกควันดำ จากนั้นจึงหันมองไปยังที่ไกล ครั้นเห็นว่ายักษ์แก่นพลังใต้กับองค์เทพจวี้ซิงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ยากจะตัดสินผลแพ้ชนะ การปะทะแต่ละครั้งล้วนบังเกิดประกายไฟและแสงศักดิ์สิทธิ์ ทว่านักพรตผู้นั้นกลับไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด นางจึงเบนสายตากลับมา
“ยอมรับชะตากรรมของเจ้าเถิด”
น้ำเสียงของนางสงบและอ่อนโยน ราวกับกำลังเกลี้ยกล่อมสหายเก่า
ทว่าทันทีเอ่ยจบ ศีรษะของปีศาจจิ้งจอ