ังคงสั่นสะเทือนอย่างควบคุมไม่ได้
แต่ซ่งโหยวไม่ได้ตื่นตระหนก เขากำหนดท่าทางแล้วชี้ออกไป
แสงสว่างจำนวนมากล่วงหล่นลงมาราวกับลูกศรธนู
ผืนดินดั่งเหล็กกล้า!
เมื่อแสงสว่างตกลงสู่พื้น เขาเยี่ยซานที่พังทลายก็พลันมีประกายคล้ายสีโลหะวาบผ่าน ค่อยๆ แข็งตัวขึ้นราวกับเหล็กกล้า เศษหินและทรายดั้งเดิมก็รวมตัวกันเป็นเนื้อเดียว
ซ่งโหยวหันไปมองจระเข้ยักษ์
จระเข้ยักษ์สามตัวพลันพลิกตัวดำดิ่งลงไปในทะเลสาบและควันดำ เลือกที่จะหลบเลี่ยงคมหอกในขณะนี้
ในเวลานี้เองราชครูซึ่งถูกจอมมารพาตัวหนีไปไกลแล้ว ได้เห็นสถานการณ์ดังกล่าว ก็ประหลาดใจที่การต่อสู้เปลี่ยนจากการต่อสู้อันแสนดุเดือดสูสีมาเป็นสถานการณ์เสียเปรียบในเวลาเพียงเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหว ชูดาบไม้ขึ้น ชี้ไปยังท้องฟ้า
ครืน!
ท้องฟ้าก็พลันสว่างขึ้นหลายส่วน
แสงศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ทะลุผ่านฟ้าดินเผ่าจระเข้ที่สร้างจากควันดำได้สำเร็จ และส่องแสงให้กับสนามรบโบราณแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นภูเขาที่สลับซับซ้อนและคลื่นน้ำที่ไหลต่อเนื่อง
ในแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเทพเจ้าองค์หนึ่ง
เป็นร่างจำแลงสูงใหญ่ราวร้อยจั้ง เทียบได้กับภูเขา
ร่างจำแลงนั้นมีรูปร่างกำยำอย่างยิ่ง สวมชุดเกราะสีทองอร่ามและสีแดงสด ร่างกายปกคลุมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองมือถือค้อนยักษ์ไว้ ใบหน้ามีเนื้อนูน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว เพียงจ้องมองก็น่าจะทำให้ปีศาจชั้นต่ำหวาดก