ณ
เสียงคร่ำครวญนั้นก็กรีดลึกถึงทรวงใน
“จงรวม!”
นักพรตสะบัดมือเพียงหนึ่งครั้ง
เปลวเพลิงทั่วทั้งนรกเพลิงพลันลอยพุ่งขึ้นมา ไม่ใช่ลุกท่วม หากแต่ลอยเข้ามาหาเขา รวมตัวเป็นสายธาร จากนั้นจึงค่อยๆ หดเล็กลง จนเมื่อลอยมาถึงเบื้องหน้าเขา ก็กลายเป็นเพียงลูกไฟขนาดเท่าไข่นกพิราบ
แสงในนรกเพลิงพลันหม่นลงอย่างรวดเร็ว
ทว่ามิได้มืดสนิท เพราะบนผนังนรกเพลิงมีอักขระสีทองแดงสลักไว้ จึงยังพอมอบแสงสว่างให้ได้บ้าง
“อา…อา…”
เหล่าดวงวิญญาณยังคงร้องคร่ำครวญ
แม้เปลวไฟจะดับไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดและรอยแผลพุพองยังไม่อาจสลายไปในทันที บ้างยังกลิ้งไปมา บ้างยังร่ำไห้
แต่ไม่นานเสียงเหล่านั้นก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง
ดวงวิญญาณทั้งหลายพากันเงยหน้ามองขึ้นไป
เดิมทีคิดว่าการลงทัณฑ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว หรืออาจเป็นเพราะได้รับความเมตตาจากราชครู ทว่าเมื่อมองขึ้นไปยังปากทางเข้า กลับพบว่าเป็นนักพรตผู้หนึ่ง
“ท่านเซียน!”
“ท่านเซียนซ่ง!”
ซ่งโหยวพำนักอยู่ในเมืองผีถึงเจ็ดวัน ย่อมมีวิญญาณไม่น้อยที่เคยพบเขามาก่อน และเขาเองก็คอยสืบสาวเรื่องภูเขาเยี่ยซานจากวิญญาณหลายตน แม้เขาจะจดจำวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่แค่เห็นเขาเดินผ่าน เหล่าดวงวิญญาณก็ยังคงจดจำได้ไม่มีวันลืม
ยามนี้ดวงวิญญาณทั้งหลายต่างกำลังร้องเรียกชื่อเขา
“ท่านเซียนโปรดช่วยข้าด้วย!”
“ขอท่านเซียนได้โปรดเมตตาพวกข้าด้วย!”
“พวกข้าสำนึกผิดแล้ว……”
พื้นด้านล่างราบเรียบ เพดานเป็นทรงกลม รอบข้างเป็นว