ภัยได้ผ่านไปแล้ว เว้นเสียแต่ข้าตายอยู่ที่นี่เท่านั้น” ถ้อยคำนี้ยิ่งช่วยปลอบประโลมใจได้ดีกว่าเมื่อครู่ “หากทุกท่านเชื่อข้า หลังจากข้าไปจากที่นี่แล้ว ก็จงกลับไปที่เมืองผีเถิด เพียงแต่…มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแจ้งล่วงหน้า”
“ร…เรื่องใดหรือ”
“ท่านเซียนว่ามาเถิด!”
“มิใช่เรื่องสำคัญอันใดหรอก เพียงแต่นับจากนี้เบื้องบนอาจเกิดความปั่นป่วนขึ้นบ้าง อย่าได้ตกใจไป หากเมืองผีถูกทำลาย ทุกท่านสามารถออกจากไปจากเมืองผีได้ แต่อย่าได้ไปจากเขาเยี่ยซานเป็นอันขาด” ซ่งโหยวกล่าว “ปราณหยินรอบเขาเยี่ยซานนั้นเข้มข้นพอที่พวกท่านจะออกไปในยามกลางวันได้โดยไม่เป็นอันตราย แต่หากออกไปไกลเกินไป อาจถูกแสงตะวันแผดเผา หรือถูกผู้อื่นกำจัดได้”
“ความปั่นป่วน……”
“เมืองผีถูกทำลาย…”
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นเล่า”
“ข้างนอกมีเรื่องอะไรหรือ”
เหล่าวิญญาณที่ถูกทรมานหนัก บ้างไร้สติ บ้างจมกองกับพื้น ได้แต่หอบหายใจโรยริน ทว่าก็ยังพยายามตั้งใจฟัง ส่วนวิญญาณที่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส ครั้นได้ยินเช่นนั้นก็ลืมเลือนความเจ็บปวดไปสิ้น รู้ว่าชะตาชีวิตของตนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงเร่งซักถามทันที
“ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าย่อมทุ่มสุดกำลังเพื่อคุ้มครองความสงบของทุกท่านและคุ้มครองให้วิญญาณทั้งในและนอกเมืองผีได้มีที่พึ่งพา” ซ่งโหยวพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงเรียบสงบ พูดจบก็ประสานมือคารวะเบื้องล่าง “ข้าน้อยซ่งโหยว ทายาทแห่งอารามฝูหลง เขาหยินหยาง อำเภอหลิงเ