ฉวียน แคว้นอี้โจว ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นในตัวข้า”
โครม!
ภูผาสั่นสะเทือน แผ่นหินพลันเคลื่อนตัว เกิดเป็นสะพานทอดจากพื้นเบื้องล่างไปสู่ปากทางเบื้องบน
ซ่งโหยวมิได้ขยับเขยื้อนไปไหน เพียงเอ่ยต่ออย่างสงบ “และเมื่อออกไปแล้ว ก็ขอให้พวกท่านไปบอกวิญญาณตนอื่นในเมืองผีด้วย หากทุกท่านเชื่อมั่นในตัวข้า ข้าย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง”
“…”
เหล่าภูตผีมองหน้ากันไปมา
รู้ดีว่าผู้นี้คือผู้วิเศษทรงญาณ เคยพูดคุยกันเพียงเล็กน้อยก็ใช่ว่าจะรู้จักกันดีพอ
วิญญาณหลายตนครั้นยังเป็นมนุษย์ก็มีชาติกำเนิดต่ำต้อย เมื่อตายไปเป็นวิญญาณก็ยิ่งต่ำต้อย ถูกมนุษย์เพิกเฉย เทพเซียนไม่เหลียวแล ซ้ำแล้วยังเคยก่อกรรมมามากนัก ราชครูจะจัดให้เป็นผีชั้นใดก็ต้องยอม จะลากไปเผาเมื่อใดก็ต้องไป จะกล้าก็แค่กล้าร้องขอความเมตตา กล้ารับผิด แต่ไม่กล้าต่อว่าหรือคิดโกรธแค้นเลย
แต่พอมีคนเริ่ม ก็มีคนตาม
เหล่าวิญญาณพากันทิ้งตัวลงคุกเข่าอย่างพร้อมเพรียง
แม้วิญญาณจะบอบช้ำจนแทบขยับไม่ได้ บ้างนอนชักกระตุกอยู่บนพื้น แต่ตราบใดที่ยังมีสติ ก็พยายามคลานและบิดตัวให้คุกเข่าได้
เพียงชั่วพริบตา วิญญาณทุกตัวก็หมอบต่ำลงกับพื้น ดุจดั่งผืนนายามต้องลม
“…”
ทว่าเหล่าภูตผียังไม่ทันเอ่ยคำขอบคุณหรือสรรเสริญสักประโยค เงยหน้าขึ้นดูอีกครั้งก็พบว่าที่ปากทางเข้านั้นว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดยืนอยู่แล้ว
มีเพียงสะพานหินทอดจากก้นนรกเพลิงขึ้นสู่ปากทางเบื้องบน
ประหนึ่งเส้นทางสู่สวรรค์
ยอดเขาเยี่ย