ซาน
ปีศาจจิ้งจอกแปลงร่างกลับเป็นมนุษย์แล้ว ทว่าหางทั้งแปดยังคงพลิ้วไหวไปตามแรงลม ไม่รู้ว่านางไปหาก้อนหินผิวเรียบและมีความสูงพอดีนี้มาจากไหน บัดนี้ถึงได้นั่งคุกเข่าบรรเลงเพลงพิณอย่างสบายอารมณ์
เสียงพิณอันนุ่มลึกล่องลอยไปไกล
“เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ยอมไปเสียเล่า” นักพรตขาพิการตรงหน้าถามขึ้น
“เหตุใดต้องไปด้วยเล่า” หญิงสาวใช้มือกดสายพิณไว้ หยุดบรรเลงเพลงในบันดล ก่อนจะค่อยๆ แย้มยิ้มหวานฉ่ำ “หว่านเจียงไม่เคยทำร้ายผู้ใด ซ้ำแล้วยังไม่เคยช่วยท่านเลยสักครั้ง ย่อมพูดได้เต็มปากว่าไม่เคยติดหนี้ผู้ใดม็ นอกจากสร้างความลำบากใจให้ท่านเล็กน้อยแล้ว ก็หาได้ทำมิดีมิร้ายต่อใคร เหตุใดต้องเกรงกลัวคนจากอารามฝูหลงด้วยเล่า”
“เจ้าคิดจะฉวยโอกาสครั้งนี้ใช่หรือไม่”
“มิใช่”
“มิใช่ว่าเจ้าเตรียมหางจิ้งจอกบรรพกาลไว้เพื่อมอบให้ท่านผู้นั้นหรอกหรือ”
“มิใช่ ข้าเตรียมไว้ต่อกรกับลูกมือของท่านต่างหาก” นางว่าจบก็ก้มหน้าลงบรรเลงพิณอย่างเกียจคร้าน ทว่าท่วงท่านั้นก็ยังดูงดงามเหนือมนุษย์ “พวกท่านคงประเมินท่านผู้นั้นต่ำไปมาก”
“จอมมารทั้งเจ็ดตนมารวมตัวกัน ใยจะต้องเกรงกลัวเขากัน” ชายร่างสูงใหญ่เดินเข้ามา “เจ้ามีหางจิ้งจอกบรรพกาลอยู่ในมือ มีอิทธิฤทธิ์แก่กล้า หากเจ้ามาร่วมมือกับพวกข้า ต่อให้ทายาทอารามฝูหลงจะมาเยือน ก็มีแต่จะต้องจบชีวิตลงที่นี่ เช่นนั้นแล้วราชครูจะแบ่งโอสถทิพย์ให้เจ้าสักหม้อก็ย่อมได้”
“เมื่อครู่ไม่ยอมให้ บัดนี้คงสายไปแล้