ว”
“เจ้าไม่ยอมหรือ”
“ฮิๆ ช่างโง่เง่าเสียจริง ไม่แปลกใจเลยที่ต้องพบเจอจุดจบเช่นนี้” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มือที่ดีดสายพิณก็นิ่งไป ก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นยิ้มเย้ย “เสียดายที่พวกข้าไม่ได้โง่เขลาเช่นพวกเจ้า ย่อมไม่คิดเป็นศัตรูกับผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวิถีมนุษย์และยังเป็นผู้ที่ได้รับความเมตตาจากสวรรค์”
“พวกเจ้าจะเก่งกว่าสักเท่าไรเชียว”
“น่าปวดใจนัก…”
นางโน้มตัวลงบรรเลงพิณต่อ ไม่คิดโต้เถียงอีก ผ่านไปครู่หนึ่งถึงเอ่ยต่อ “จะอยู่หรือจะไปก็รีบตัดสินใจเถิด แต่จระเข้อย่างพวกเจ้าน่ะไม่ต้องไปไหนหรอก”
“หึ…”
ปีศาจจระเข้บนยอดเขาส่งเสียงคำรามต่ำดังกึกก้องดุจฟ้าผ่า
ทว่าในดวงตาก็ยังแฝงแววลังเล
“จางหยวนจื่อ…”
ปีศาจจระเข้เรียก ทว่าราชครูกลับไม่ขยับ และไม่แม้แต่จะมองเขาเลย
“เผ่าข้าดำรงอยู่ว่ายากแล้ว บัดนี้อพยพลงใต้มาก็เพื่อหลบภัย เจ้าตัวเล็กที่สุดนั้นไร้ฝีมือ มาแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้ มีพวกข้าก็เพียงพอแล้ว”
ราชครูฟังแล้วก็หลุบตาต่ำลง
“ได้”
จระเข้ยักษ์พลันหันศีรษะไปทันที
จระเข้ตัวเล็กสุดจึงหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ลังเล
ส่วนจระเข้ยักษ์ก็ยังคงจ้องหญิงสาวด้วยสายตาเย็นเยียบ แต่กลับเห็นนางนั่งบรรเลงพิณอย่างสงบนิ่ง ไม่คิดจะลุกหนี, ขับไล่หรือติดตามไปเลยแม้แต่น้อย
เพียงครู่เดียว นางก็ผละมือออกจากสายพิณ เงยหน้าขึ้นมายิ้มตาหยี “พวกเจ้าสังหารพระแม่บรรพกาลของเผ่าข้าไป คิดว่าจะจบเรื่องนี้ได้อย่างง่ายด