ายนักหรือ ไม่ยอมไปก็ดีแล้ว ทิ้งเชื้อไฟไว้ก็ดี วันนี้พวกเจ้าตายหมดเมื่อไร พวกข้าจะออกตามหาให้ทั่วเลย หากเป็นเช่นนั้นคงสนุกมากแน่!”
ทว่ากลับไม่ยอมขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
เพราะนักพรตจากอารามฝูหลงที่เพิ่งออกมาจากเขาเยี่ยซานได้กลับมาที่นี่อีกครั้งแล้ว
จระเข้ยักษ์พลันหันขวับมา นัยน์ตาเรียวยาวจับจ้องไปยังนักพรตผู้นั้นอย่างไร้แววอารมณ์
“พวกท่านยังไม่ไปอีกหรือ…”
นักพรตเอ่ยขึ้น สีหน้าของเขาดูจะสงบลงกว่าเดิม
เขาคาดเดาไว้ว่าพวกเผ่าแรดขาวก็คงไม่ยอมไป เพราะทั้งเผ่ากำลังถูกสวรรค์ไล่ล่า ไร้ที่ให้หลบซ่อน จระเข้ยักษ์หลบหนีไปได้หนึ่งตน ถือว่าฉลาดนัก ทว่าที่เหลืออีกสี่ตนยังคงอยู่
จะว่าไปก็ถือเป็นเรื่องดี อยู่รอดเพียงไม่กี่ตน ปัญหาก็ย่อมน้อยตามลงไปด้วย
ส่วนแม่นางจิ้งจอกนั่นคงเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ ถึงได้กลับมานั่งดีดพิณอยู่ที่นี่
“พวกปีศาจนั้นใสซื่อเสียจนดูโง่เง่า ในเมื่อได้ให้สัจจะต่อราชครูแล้ว ก็ไม่คิดผิดคำพูดหรอก” หญิงสาวเอ่ยขึ้น “พวกข้าไม่ยอมไปไหนเพราะหมายจะรอช่วยท่านนักพรต และจะขออาศัยฝีมือของท่านนักพรตสะสางความแค้นระหว่างสองเผ่า เสียโอสถทิพย์ไปก็ว่าน่าเสียดายนัก แต่คงคุ้มค่ากว่าจะต้องเสียหางจิ้งจอกบรรพกาลไป”
“เจ้าแมวกับนกนางแอ่นของเจ้าเล่า ไปตามผู้ช่วยมาแล้วหรือ” จระเข้ยักษ์ยังคงจับจ้องนักพรต “หรือว่าจะเป็นงูแก่บนเขาเป่ยชิน ถ่วงเวลามานานขนาดนี้ เหตุใดจึงยังไม่ปรากฏตัวอีก”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
ซ่งโหยว