์วิชา!”
“เฮ้อ…”
ซ่งโหยวนั่งลงข้างเตียง เพราะฟูกนอนนุ่มสบายกำลังดี ยามถอนหายใจก็ยังรู้สึกผ่อนคลายใจ ทอดถอนใจแล้วก็หันไปสบตาเจ้าแมว “แม่นางสามสีเก่งกาจถึงเพียงนี้ ซ้ำยังเชี่ยวชาญการจับหนูที่สุด แม้ราชครูจะซ่อนกลิ่นซากหนูเน่าไว้อย่างแนบเนียน ก็ยังปิดบังแม่นางสามสีไม่ได้ บัดนี้แม่นางสามสีเก่งกาจกว่าเดิมแล้ว ผู้ใดเล่าจะกล้าขโมยของแม่นางสามสีไปต่อหน้าต่อตา”
“จริงด้วย!”
เจ้าแมวเผยสีหน้าขึงขังขึ้นมาในทันใด ความกังวลเมื่อครู่พลันหายไปหมดสิ้น
“ข้าเก่งกาจขึ้นมาก!”
“หากคิดจะมาขโมย ก็ให้เขามาเถิด จะได้ถามเรื่องสินค้าที่พวกเขาขนมาด้วย” ซ่งโหยวกล่าว “เราไปถามเอง อาจไม่ได้คำตอบ แต่ถ้าพวกเขามาหาเราถึงที่ บางทีอาจจะยอมเปิดปาก”
“จริงด้วย!”
แต่เพียงชั่วอึดใจ สีหน้าของแมวน้อยก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อครู่เพิ่งจะรู้สึกว่าตนเก่งกาจนัก ผ่านไปประเดี๋ยวเดียวกลับรู้สึกว่าตนยังมีหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้นัก
“ถ้าเขาไม่มาเล่า”
“ถ้าไม่มา ก็แสดงว่าพวกเขาเป็นสุภาพชน พรุ่งนี้พวกเราค่อยนำของไปให้พวกเขา คารวะแสดงความนอบน้อมสักหน่อย เผื่อว่าพวกเขาจะยอมเล่าอะไรให้ฟัง”
“นำของไปให้~”
แมวน้อยทวนคำ
ซ่งโหยวเดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบถ้วยใบเล็กของแม่นางสามสีขึ้นมาส่องดู จากนั้นก็หยิบถ้วยน้ำชาที่คว่ำไว้กับโต๊ะขึ้นมาเทียบขนาด พบว่าไม่ต่างกันนัก
“ฟู่…”
บนโต๊ะพลันมีถ้วยลักษณะเหมือนกันปรากฏขึ้นมาอีกใบหนึ่ง
เป็นถ้วยลายครามโปร่งแสงเนื้อเนีย