กระทั่งยามเที่ยงคืนใกล้มาเยือน
ลำพังเพียงโสตประสาทของมนุษย์คงแทบไม่ได้ยินอะไรเลย แต่แมวน้อยกลับหันหน้าไปจ้องประตูตาเขม็ง
พูดให้ถูกคือนางกำลังจับจ้องไปยังฝั่งขวาของประตู ราวกับว่านางสามารถมองเหตุการณ์นอกระเบียงผ่านแผ่นไม้นั้นได้ จากนั้นนางก็ค่อยๆ เลื่อนสายตาไปยังฝั่งซ้ายบ้าง จนในที่สุดก็ไปหยุดอยู่ที่กลางบานประตู
แกร็ก…
จันทร์เสี้ยวในค่ำคืนนี้ควรจะส่องสว่างอยู่กลางฟ้า แต่ไม่รู้ว่าสายลมนั้นพัดพาเมฆดำจากหนใดมาบดบังจันทราให้มืดมิดเสียจนเป็นใจให้ผู้คิดร้าย
แต่น่าเสียดายที่แม่นางสามสีเห็นทุกสิ่งแจ่มแจ้งชัดเจน
กลอนประตูเริ่มขยับ ตามมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา บานประตูก็ถูกแง้มออกช้าๆ เชื่องช้าที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้
แม่นางสามสีเอียงศีรษะมองเขา
ชายร่างกำยำอายุราวยี่สิบสามสิบปีผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เทียบกับในกลุ่มผู้คุ้มกันแล้วคนผู้นี้ก็ถือว่าหนุ่มแน่นอยู่พอควร
เป็นเขาจริงๆ
แม่นางสามสีรู้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะในหมู่คนพวกนั้น คนผู้นี้ดูจะโง่เง่าที่สุด
แมวน้อยขยับตัวบนเตียงเพื่อซ่อนชามของตนให้มิดชิดขึ้นอีกนิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายผู้นั้น เห็นว่าเขาค่อยๆ เดินคลำทางไปทีละก้าว ดูระมัดระวังยิ่งนัก ราวกับหวาดระแวงแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเอง นางเฝ้าดูอยู่พักใหญ่ ครั้นเห็นว่าเขายังเดินไปได้ไม่ถึงไม่กี่ก้าว นางก็ส่ายหัวไปมาด้วยความเบื่อหน่าย แล้วกระโดดลงจากเตียงลงไปยืนข้างเขา
แม่นางสามสีไม่ส