ยหัวไปมา ก่อนจะกระโจนขึ้นโต๊ะแล้วเป่าลมใส่ตะเกียงน้ำมัน
“ฟู่ว”
ภายในห้องพลันสว่างจ้าขึ้นมาทันที
“!”
ผู้คุ้มกันหนุ่มสะดุ้งโหยง รีบคว้ากริชที่เหน็บอยู่ตรงเอวขึ้นมา ก่อนจะกวาดสายตามองไปทางเตียงนอนแล้วหันไปมองตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นเมื่อครู่
นักพรตยังคงนอนนิ่ง แสงในตะเกียงค่อยๆ สว่างขึ้น เผยให้เห็นแมวสามสีบนโต๊ะ
แมวนี่นา
แมวจะจุดตะเกียงได้อย่างไร
ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ยังไม่ทันจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก็พุ่งตัวออกนอกประตูไปตามสัญชาตญาณ
แต่ทันทีที่หันหลังกลับมา ก็แทบจะร้องออกมาด้วยความผวา
ไม่รู้ว่ามีเสือโคร่งตัวมหึมามายืนขวางอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อใด ลำตัวของมันใหญ่เสียจนกินพื้นที่ประตูไปกว่าครึ่ง ซ้ำยังเพ่งสายตามองมาที่เขา
เสือยักษ์เบิกตากว้าง รูม่านตาเล็กเรียวดุจเข็ม ทว่ามันกลับไม่คำรามหรือแยกเขี้ยวเลย เพียงจ้องมองอยู่เช่นนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แม้ทั้งร่างจะสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ แต่ก็ยังฝืนใจหันกลับมามอง
แม่นางสามสียังคงนั่งจ้องเขาตาเขม็งอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะปริปากเอ่ยถ้อยคำเป็นภาษามนุษย์
“เจ้าจะออกไปโดยลอดใต้ท้องมันก็ได้นะ~”
ผู้คุ้มกันหนุ่มตัวแข็งทื่อ เพิ่งจะตระหนักได้ว่าคืนนี้ตนเจอของแข็งเข้าแล้ว จึงรีบก้มหน้ากล่าวเสียงสั่น
“ท่านเซียนแมว โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย! ข้าน้อยหาได้มีเจตนาร้าย ก่อนนี้ก็ไม่เคยทำกรรมชั่ว หากท่านเมต