ตา โปรดปล่อยข้าไปสักครั้งเถิด ข้าจะกลับไปตั้งศาลบูชาท่าน จะเวียนมาสักการะท่านทุกปีเลย!”
“หรือเจ้าจะปีนข้ามหลังมันไปก็ได้นะ~”
“ท่านเซียนแมวประสงค์สิ่งใดกันแน่”
“เจ้าไม่หนีหรือ เมี๊ยว”
“กล้าหนีก็บ้าแล้ว!”
ผู้คุ้มกันหนุ่มเลื่อนมือไปหยุดอยู่ตรงเอว เพียงนิดเดียวก็จะคว้ากริชออกมาได้แล้วแท้ๆ แต่เขากลับเหลือบมองเจ้าแมวบนโต๊ะด้วยความลังเลอยู่เนิ่นนาน จนสุดท้ายก็ชักมือกลับ
แม่นางสามสีเอ่ยเสียงเรียบ
“หรือเจ้าจะลองสู้กับมันก็ได้นะ~”
“ท่านเซียนแมวมีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง หากข้าน้อยรู้ว่าท่านทรงพลังถึงเพียงนี้แต่แรกคงไม่กล้าล่วงเกินหรอก!”
“แล้วแบบนี้เล่า”
เจ้าแมวสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมมองเขาอีก
ขณะเดียวกันนั้น เสือยักษ์ก็ขยับไปก้าวหนึ่ง คราวนี้หน้าประตูจึงมีช่องว่าง
น่าเสียดายที่ผู้คุ้มกันชายหนุ่มไม่ใช่หนู
แม้เขาจะโง่เง่าและบุ่มบ่าม แต่ก็ยังรู้ว่า นี่เป็นเพียงเล่ห์กลลวงของเจ้าแมวที่คิดจะหลอกล่อเหยื่อให้หนีไปหรืออาจเป็นกลอุบายให้เขาวิ่งไปตายเอง หากก้าวขาวิ่งเมื่อใด เสือขนาดมหึมาตัวนั้นก็คงกระโจนใส่เขา เพียงออกแรงตะปบก็คงบดขยี้กระดูกของเขาให้แหลกสลายได้ในคราเดียว
เขาเองก็เคยได้ยินเรื่องเล่าขานในยุทธภพมาบ้าง ว่าเคยมีคนพาเสือออกมาอาละวาดกลางตลาด แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงกลลวงของนักต้มตุ๋น แม้แต่ผู้มีวิชาอาคมสูงส่งก็หลอกได้เพียงผู้งมงายเท่านั้น
แต่ในบรรดากลลวงย่อมไม่มีแมวตัวใดพูดภาษามนุษย์ได้
“ข้าน้อยไม่กล้า…”
“