ห้คนที่อยู่ข้างนอกก่อนเช่นเดิม
เหล่านักยุทธ์กินกันอย่างหิวโหย เสียงสูดน้ำแกงดังไปทั่วทั้งร้าน เรียกได้ว่าแทบจะซดหมดในคราวเดียว
ซ่งโหยวก็กินเกือบหมดแล้ว เขาล้วงเงินเหรียญทองแดงในอกเสื้อออกมานับอย่างละเอียด แล้ววางเรียงบนโต๊ะ
“เถ้าแก่ คิดเงินที”
“มาแล้วๆ!”
เจ้าของร้านเดินมารับเงิน รวบเหรียญทองแดงไปนับอย่างรวดเร็ว ครั้นนับครบทุกเหรียญไม่ขาดไม่เกิน จึงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขา
“ให้ข้าช่วยล้างชามให้ไหม”
อันที่จริงซ่งโหยวก็อยากตอบตกลง
แต่เจ้าแมวนั้นหวงชามประจำตัวใบนี้มาก เสมือนเป็นของล้ำค่าที่จะใช้ต่อไปเรื่อยๆ อีกหลายร้อยปี หากนางอยู่ในร่างมนุษย์ก็จะล้างเองทุกครั้ง แต่ถ้าอยู่ในร่างแมวก็จะให้ซ่งโหยวเป็นคนล้าง โดยมีนางยืนคุมอยู่ข้างๆ เสมอ เพราะกลัวซ่งโหยวจะทำมันเสียหาย
ซ่งโหยวจึงได้แต่ตอบไปว่า
“ชามใบนี้แตกง่ายนัก ข้าขอเข้าไปล้างในห้องครัวของท่านสักครู่”
“ได้เลยๆ…”
เถ้าแก่ยิ้มรับแล้วพาเขาไปที่ห้องครัวทันที
ซ่งโหยวกลับออกมาพร้อมชามสะอาดเอี่ยม เขาสะบัดให้น้ำแห้งแล้วเก็บใส่ย่ามของแม่นางสามสี ก่อนจะก้าวออกจากโรงเตี๊ยมไป ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้คุ้มกันที่ได้แต่มองตามอยู่เช่นนั้น
เถ้าแก่อายุมากแล้ว มาเปิดกิจการโรงเตี๊ยมที่นี่ย่อมได้พบผู้คนมากมาย ได้ฟังเรื่องเล่าจากต่างถิ่นมาเยอะนัก ซ่งโหยวก็ฟังมามากพอสมควร ทว่าการฟังมาจากปากคนคนเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ ฟังจากหลายๆ คนย่อมดีกว่ามากโข
ดังนั้นเขาจึงไป