ำจากแป้ง นำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเล็บและใช้ปลายนิ้วดัดรูปทรงให้โค้งงอคล้ายใบหู พื้นผิวมีลวดลายจางๆ ไม่รู้ว่าใช้วัตถุดิบใดทำ เมื่อต้มจนสุกจะเห็นเป็นสีโปร่งใส
ที่ถูกเรียกว่าขนมหูแมว ก็คงเป็นเพราะมีรูปร่างเช่นนี้กระมัง
ขนมหูแมวทั้งชามนั้นดูจะนุ่มละมุนแล้วเหนียวหนึบหนับพอสมควรเลย
ซ่งโหยวคลุกให้เข้ากันแล้วลองชิมดูหนึ่งคำก่อน
นุ่มและหนึบกำลังดี ถือว่าเลิศรสเลยทีเดียว
คราวนี้เขาตักขึ้นมาให้แม่นางสามสีอีกหนึ่งช้อน
“แม่นางสามสีอยากลองชิมขนมหูแมวหรือไม่”
“ฮ่าๆๆ…”
เถ้าแก่หัวเราะอย่างสนุกสนาน
คนแก่ก็มักชื่นชอบภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ยิ่งตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่นแล้ว เขาก็ลากเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆ มานั่งคุยกับซ่งโหยวไปเรื่อย ทั้งถามว่ามาทำอะไรที่นี่ จะไปที่ใดต่อ ไปจนถึงเรื่องผีสางเทพยดา
ซ่งโหยวเองก็ยินดีจะสนทนากับเขา
กินขนมหูแมวไปได้สักครึ่งชามถึงพบว่าคุยถูกคอไม่น้อยเลย ซ่งโหยวจึงกล่าวชม “ฝีมือทำอาหารของรท่านนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ …”
“โธ่ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ มีอาหารอยู่ไม่กี่อย่าง ของพวกนี้กินแล้วอยู่ท้อง ท่านชินกับรสชาติก็ดีแล้ว”
“ระหว่างทางมาที่นี่ ข้าเคยได้ยินตำนานเรื่องหนึ่ง” ซ่งโหยวเว้นไปครู่หนึ่ง “ว่าเมื่อครั้นอดีตกาล แม่น้ำอิ่นเจียงเคยมีเทพวารีคอยปกปักรักษา ทว่ากลับถูกคนขโมยศาสตราเทพไป ข้าชื่นชอบเรื่องพวกนี้นัก ไม่ทราบว่าท่านพอจะเคยได้ยินมาบ้างหรือไม่”
“เรื่องนั้นก็ลือกันมาจากแถวนี้นี