่แหละน่า!”
“จริงหรือ ข้าลองถามนักเล่าเรื่องดูก็ไม่เห็นว่าจะเล่าละเอียดอะไร เพียงบอกว่าได้ยินมาจากแถวเจิ้งซี ไม่ทราบว่าจริงเท็จเพียงใด”
“เรื่องตั้งแต่สมัยโบราณโน้น ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้จริงเท็จ แต่คนที่นี่ต่างก็พูดกันว่าเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น เล่าได้แม้กระทั่งคนในเรื่องมีชื่อแซ่อะไรเชียว! ซ้ำยังบอกว่ามีรุ่นลูกรุ่นหลานสืบสกุลต่อมาจนถึงปัจจุบันด้วยนะ!”
“จริงหรือ”
เถ้าแก่ผู้นี้ต่างจากเถ้าแก่ที่อำเภอหนานฮว่าอยู่มาก เขาไม่คิดจะต่อรองซ่งโหยวโดยการบังคับให้จ่ายค่าชาเพิ่มเลยแม้แต่น้อย เพียงขยับท่าทางให้นั่งสบายขึ้น แล้วเล่าเรื่องต่อไปด้วยความยินดี
“ว่ากันว่าแต่ก่อน ไม่รู้ว่าเมื่อกี่ปีมาแล้ว บ้างก็ว่าเมื่อแปดร้อยปีก่อน บ้างก็ว่าเมื่อพันปีก่อน มีคนผู้หนึ่ง เหมือนจะชื่อว่า ‘ปั๋วซู่’ หรืออะไรสักอย่าง…”
“ปั๋วซู่…”
ฟังดูเหมือนชื่อคนโบราณจริงๆ
“ใช่แล้ว! ปั๋วซู่! คนผู้นี้มีวิชาแก่กล้า ว่ากันว่าเป็นผู้บำเพ็ญพรต เข้าใจแก่นแท้แห่งอาคม ซ้ำยังซื่อสัตย์มากด้วย!” เถ้าแก่เล่าต่อ “ตำนานเล่าว่ามีวันหนึ่ง เขาไปตกปลาริมแม่น้ำ ครานั้นอากาศร้อนระอุ พอยามเที่ยงก็เอนกายนอนหลับใต้ต้นไม้ และฝันว่ามีคนผู้หนึ่งเดินขึ้นมาจากแม่น้ำ กล่าวว่ารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขาดี จึงหวังมาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่บ้างก็ว่ามาขอให้เขาช่วยส่งจดหมาย แล้วแต่ว่าจะเล่าอย่างไร แต่จุดที่เหมือนกันคือ คนในฝันมาขอให้ปั๋วซู่เดินทางไปยังใจกลางสม