ุทรและมอบกริชเล่มหนึ่งให้เขา พร้อมกับบอกว่า ‘เพียงถือกริชเล่มนี้เดินไปที่ริมทะเล ฟาดฟันลงไปที่ผิวน้ำ ผืนสมุทรจะแหวกออก ต่อให้เดินอยู่ตรงกลางก็ย่อมไม่มีวันจมน้ำตาย”
“น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก”
ซ่งโหยวกล่าวเสริมพอเป็นพิธี
“ก็เล่าต่อๆ กันมานั่นแล…”
“ท่านเล่าต่อเถิด”
“ชายผู้นั้นรับปากคนในฝัน แต่พอตื่นขึ้นมากลับพบว่าข้างกายมีกริชเล่มนั้นวางอยู่จริงๆ แม้จะนึกสงสัยอยู่ แต่ในเมื่อรับปากแล้วก็ไม่อาจคืนคำ จึงออกเดินทางจริงๆ” เถ้าแก่เล่าต่อ “ครั้นไปถึงริมทะเล ก็ทำตามสิ่งที่ได้ยินมาในฝัน ใช้กริชฟันลงบนผิวน้ำ น้ำทะเลก็แหวกออกจริงๆ เมื่อก้าวขาเดินลงไป ผืนน้ำก็ค่อยๆ สมานกลับดั่งเดิม แต่ไม่มีทางท่วมใส่ร่างเขา ซ้ำยังหายใจได้เสมือนยามอยู่บนบก เมื่อมาถึงใจกลางสมุทรก็ได้รับการต้อนรับจากพญามังกร ทว่าขากลับนั้นเขาต้องเดินทางไกล ต้องฝ่าหมอกพิษ ทำให้ล้มป่วยหนักในที่สุด เขาพยายามลากสังขารอันอิดโรยกลับมาที่บ้าน แต่ก็ป่วยหนักเกินกว่าจะรักษาแล้ว เขาจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ภรรยาและเพื่อนบ้านฟัง แล้วสั่งบุตรชายให้นำกริชไปคืนเทพวารี ครั้นเล่าจบก็สิ้นใจตายทันที”
“บุตรชายของเขาคงไม่ได้เอาไปคืนสินะ”
“ใช่แล้ว! เพราะบุตรชายไม่ซื่อสัตย์เยี่ยงเขา ได้กริชวิเศษมาครอบครองมาทั้งที พอฝังพ่อเสร็จ ก็นำไปซ่อนไว้ แล้วหนีไปอาศัยอยู่แดนไกล แม้เทพวารีจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่อาจไปจากลำน้ำได้หรอก ตามหาอย่างไรก็ไม่พบ” เถ้าแก่เล่าอย่างออกรส สีห