ินทางอันแสนวิเศษเสียอย่างนั้น
ซ่งโหยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ “เมื่อครู่ท่านว่าคนตระกูลนั้นได้เป็นขุนนาง มีลูกหลานสืบสกุลต่อกันมา เช่นนั้นย่อมมีชื่อแซ่ชัดเจนใช่หรือไม่”
“ก็เพราะพอเทพวารีไม่อยู่แล้ว แม่น้ำอิ่นเจียงก็เปลี่ยนทิศไปเรื่อยเลย ซ้ำแล้วในน้ำยังมีปีศาจหรือพรายน้ำคอยดักทำร้ายคน บางตัวถึงกับขึ้นมาป้วนเปี้ยนบนฝั่งเชียว แต่พอคนตระกูลเจิ้งได้ครอบครองกริชของเทพวารี ก็กลายเป็นว่าควบคุมสายน้ำได้ อมนุษย์พวกนั้นจึงไม่กล้าเข้าใกล้ สุดท้ายทางการจึงมอบตำแหน่งขุนนางให้ และมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลแม่น้ำอิ่นเจียง”
“แล้วต่อมาเล่า”
“ต่อมาตระกูลนี้ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ มีลูกหลานสืบเชื้อสายต่อไป แต่ก็เริ่มด้อยความสามารถลงทีละรุ่น กริชเล่มนั้นก็สำแดงอิทธิฤทธิ์แรงกล้าไม่ได้ดังเดิม กระทั่งถึงสมัยที่ฮ่องเต้ยกทัพผ่านเมืองนี้มา ให้กองทัพตั้งค่ายอยู่ละแวกข้างเคียง ส่วนพระองค์ไปพำนักอยู่บ้านตระกูลเจิ้ง หลังจากนั้นตระกูลเจิ้งจึงออกรบเคียงข้างพระองค์ แล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย”
“ตามฮ่องเต้ไปหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ!”
“ช่างเป็นบุญอันใหญ่หลวง ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่องค์จักรพรรดิ…”
“หา”
“ได้ช่วยฮ่องเต้พิชิตใต้หล้า ถือว่าบุญหนามากเลยทีเดียว”
“อ้อ ใช่ๆ!”
“แล้วตระกูลนี้ยังมีอยู่หรือไม่”
“ยังมีอยู่น่ะสิ แถมยังเป็นตระกูลใหญ่ประจำเจิ้งซีด้วย มียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่งนัก! เพียงแต่เพราะตอนนั้นผู้นำตระกูลออกรบร