ต้องกลับไปอีก” ซ่งโหยวตอบไปตามตรง
“เรื่องเช่นนี้หลอกราชครูได้ก็พอแล้ว แค่หนึ่งปีข้าก็ทำได้ โอ๊ะ ไม่สิ” สาวใช้รีบแก้ไขคำพูด “นายหญิงของข้าก็สร้างค่ายกลผนึกไว้ได้หนึ่งปีเช่นกัน ท่านเป็นผู้บำเพ็ญวิชาวัฏจักรสี่ฤดูย่อมชำนาญยิ่งกว่า”
“…”
“ก็ได้ๆ”
สาวใช้ยิ้มกว้าง “ดูท่าท่านยังคงเคลือบแคลงในตัวราชครูไม่น้อย หาได้คลายข้อกังขาไม่ แม้เส้นทางลงใต้จะยาวไกล แต่ท่านก็ยอมวกกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อค้นหาความจริง”
“นับว่าเป็นวิธีที่ดี ไม่ว่าที่นี่จะกลายเป็นเมืองผีหรือกลายเป็นแดนนรกในอนาคตข้างหน้า ก็ล้วนกินเวลายาวนานทั้งนั้น หากราชครูกำลังวางแผนอยู่จริง แผนนั้นก็คงไม่สำเร็จในเวลาอันสั้นหรอก” คราวนี้แม่นางหว่านเจียงเป็นฝ่ายกล่าวขึ้นบ้าง “อยู่เฝ้าไปก็เสียเวลาเปล่า สู้ออกเดินทางต่อไปยังดีเสียกว่า”
สาวใช้หันไปกะพริบตาให้นักพรต “หากข้าเป็นราชครูแล้วต้องคอยวางแผนลับๆ ล่อๆ อยู่หลายปี ตอนนี้ข้าคงเริ่มร้อนใจขึ้นบ้างแล้ว… สู้กลับไปตอนนี้เลยดีหรือไม่ ตบหลังเขาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! ไหนๆ นายหญิงก็มาด้วยแล้ว จะได้ช่วยท่านจัดการพวกจอมมารในนั้นอย่างไรเล่า!”
“แม่นางทั้งสองไม่มีธุระอื่นแล้วหรือ” ซ่งโหยวถาม
“แน่นอนว่าไม่มีแล้ว” หว่านเจียงตอบเสียงเรียบ
“ถ้าเจ้าจระเข้นั่นยอมออกมาเจอพวกข้า ก็คงไม่ว่างนักหรอก แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มา เช่นนั้นย่อมไม่มีธุระใดแล้ว” สาวใช้กล่าวขึ้นบ้าง
“หมายความว่าอย่างไร”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง