”
ซ่งโหยวพลันนึกไปถึงหนี้บุญคุณที่ทั้งสองเคยติดค้างกับองค์หญิงฉางผิง ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ถามต่อ
เพราะถ้าถามออกไป ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับคำตอบจากผู้ใด
ซ้ำยังกลัวว่าสาวใช้จะเป็นคนตอบ…
สาวใช้ผู้นี้คล้ายถูกกำหนดให้พูดจาเหลวไหล พูดจริงบ้างไม่จริงบ้าง ยากจะแยกแยะนัก แต่ก็ใช่ว่าจะฟังดูน่าสงสัยจนไม่มีมูลความจริง แต่เป็นเพราะนางเอาแต่แสดงท่าทีสบายใจ คล้ายล้อเล่นอยู่ตลอดเวลา ครั้นนางกล่าวสิ่งใด ก็ต้องมานั่งพิจารณาว่าท่อนใดเป็นความจริงหรือความเท็จ ถามอะไรไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์
ตรงกันข้ามกับแม่ทัพเฉิน
ทุกครั้งที่เอ่ยปาก ล้วนพูดแต่ความจริง เชื่อได้โดยแทบไม่ต้องคิด
สาวใช้พลันถอนหายใจ “แต่ว่าหากอีกหนึ่งปีต่อไปท่านจะกลับมาเยือนเฟิงโจวอีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าท่านจะหยุดพักระหว่างทางนานเพียงใด นายหญิงของข้าเองก็ยังหวังว่าจะได้พบท่านที่เมืองหยางตูในแคว้นหยางโจวอยู่เสมอ”
“ข้าเดินทางมาสองวันเต็ม ขอตัวกลับไปพักก่อน”
“หัวใจของท่านด้านชาไปแล้วหรืออย่างไร”
ซ่งโหยวได้แต่แสร้งว่าไม่ได้ยินคำพูดนั้นแล้วเดินลงเขาไป หยุดเหลียวมองทิวทัศน์อีกครา ก่อนจะเดินต่อไปพร้อมกับเจ้าแมวและนกนางแอ่น
ปล่อยให้แม่นางทั้งสองมองหน้ากันอย่างนั้น
สองวันถัดมา ทั้งหมดเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
ครั้นมาถึงท่าน้ำก็มีเรือว่างผ่านมาหนึ่งลำพอดี ถือว่าโชคดีนัก
นายเรือเป็นชายวัยกลางคนร่างกำยำ
ซ่งโหยวไม่ได้ล่องเรือไปถึงเ