้าบำเพ็ญตบะสูงขึ้นกว่านี้ อาจอยู่ได้นานกว่าเดิมด้วยซ้ำ”
“ข้าจะคอยรอท่าน”
“ข้าขอลาไปก่อน”
“เหมียว…”
ซ่งโหยวเดินจากไป โดยมีเจ้าม้าคอยตามติด
เจ้าแมวก็หันกลับไปมองราชครู ส่งเสียงร้องเบาๆ เป็นเชิงขอบคุณ จากนั้นก็วิ่งตามหลังพวกเขาไป
“นี่นักพรต…”
“หืม”
“ปีหน้าพวกเราต้องกลับมาที่นี่อีกหรือไม่”
ซ่งโหยวไม่ตอบตรงๆ แต่กลับย้อนถามแทนว่า “แม่นางสามสีอยากกลับมาเมื่อใดเล่า”
“…”
แมวสามสีส่งสายตาให้เขาพลางส่ายหัวไปมาเล็กน้อย จากนั้นก็หันหน้ากลับไป ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งนำไปข้างหน้าอย่างร่าเริง
ดุจได้เชยชมจันทราในวันที่บุปผาผลิบาน
เมื่อออกห่างจากพื้นที่ซึ่งปกคลุมไปด้วยปราณภูตผีจากภูเขาเยี่ยซาน ก็ได้ย่างกรายสู่ผืนแผ่นดินอันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งฤดูใบไม้ผลิ มวลผกาบานสะพรั่ง พืชพรรณล้วนผลิใบ ผีเสื้อสยายปีกโบยบิน เหล่าปักษาก็คอยขับขานบทเพลง สิ่งเหล่านี้ล้วนดึงดูดความสนใจของแม่นางสามสีเอาไว้ นางทั้งวิ่งเข้าไปดม เงยหน้าขึ้นมอง หรือไม่ก็โดดตะปบเล่น ราวกับมีเรี่ยวแรงไม่จำกัด
คราแรกเหล่านายทหารผู้คอยนำทางดูจะตื่นตระหนกที่เห็นแมวพูดได้ นึกว่าเป็นจอมมารจากหนใด แต่พอสังเกตไปได้อีกสักพักก็พบว่านางไม่ได้ต่างอะไรไปจากแมวทั่วไปเลย ยิ่งได้ร่วมทางนานเข้า ก็ยิ่งคุ้นชิน ครั้นได้เห็นท่าทางอันซุกซนแล้วก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วย
“ทางนี้ขอรับ”
นายทหารผู้หนึ่งเอ่ยนำทาง
หากมีกิ่งไม้หรือพงหญ้าขวางทาง เขาก็จะคอยชักดาบออกมาฟันยอดหญ้าทิ้ง