ว่านั้น ข้าและสหายบำเพ็ญอาจทนมองภาพในนั้นได้ แต่คงให้แม่นางสามสีดูไม่ได้หรอกนะ”
“เช่นนั้นขอให้แม่นางสามสีรออยู่ที่นี่เถิด”
ซ่งโหยวพูดพร้อมก้มมองเจ้าแมว
แม่นางสามสีชะงักไปเล็กน้อย นางเบิกตากลมโต แต่แล้วก็นั่งลงให้เรียบร้อย ม้วนหางเข้ามาพันรอบเท้าเล็กๆ ของตน พลางแหงนหน้าขึ้นมองนักพรตตาไม่กะพริบ
“แม่นางสามสี อย่าเดินเพ่นพ่านนะ” ซ่งโหยวเอ่ยยิ้มๆ แล้วหันกลับไปมองราชครู “ไม่ทราบว่าราชครูกลัวความร้อนจากเพลิงหรือไม่”
“จนถึงตอนนี้ ข้าก็ยังเทียบท่านไม่ได้…ย่อมกลัวอยู่แล้ว” ราชครูหัวเราะเบาๆ
“ไม่เป็นไรหรอก”
ซ่งโหยวโบกมือ
พลันมีลำแสงหนึ่งปรากฏขึ้นรอบตัวทั้งสอง ความร้อนที่พัดพามาพลันหายวับไป เหลือเพียงความเย็นสบายดั่งสายลมยามค่ำ
“ไปกันเถิด”
ซ่งโหยวหันไปยิ้มให้
ราชครูเห็นอีกฝ่ายจัดการทุกอย่างโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ ก่อนก้าวนำไปข้างหน้า
“เชิญท่าน”
“รบกวนแล้ว”
“รบกวนอะไรกันเล่า” ราชครูยิ้ม “พูดไปแล้ว นรกเพลิงนี้ ข้าเพียงเป็นผู้สั่งสร้างตามตำนานบนโลกมนุษย์เท่านั้น ข้าแค่เคยยืนมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น ตั้งแต่เปลวเพลิงเริ่มลุกขึ้นมา มนุษย์ธรรมดาเดินมาถึงแค่ครึ่งทาง ก็รู้สึกร้อนจนไม่มีผู้ใดทนไหว ส่วนข้าเองก็เห็นได้เพียงแสงเพลิงส่องลอดออกมาเท่านั้น ยังไม่เคยเห็นภายในเลยสักครั้ง ครั้งนี้กลับเป็นข้าที่ได้อาศัยบุญของท่านเสียแล้ว”
ทั้งสองเดินลึกลงไปเรื่อยๆ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความ