่เห็นเป็นเพียงค่ายกลรวมเพลิงธรรมดา แต่ในยุคนี้ ผู้ที่วางค่ายเช่นนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นผู้มีบารมีทางธรรมไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเห็นค่ายกลซ้อนทับกันอีกหลายชั้น มีทั้งค่ายกันผี ค่ายเสริมพลัง และค่ายตรึงพื้นที่ดูแล้ว ราชครูคงมีผู้ช่วยมากฝีมือจริงๆ
“ราชครูมีผู้มากฝีมืออยู่ใต้บัญชาจริงด้วย”
“แผ่นดินต้าเยี่ยนนั้นกว้างใหญ่ มิได้ขาดคนอันมีพลังลึกลับและผู้เร้นปัญญา” ราชครูกล่าวทั้งรอยยิ้มคอยเดินเคียงซ่งโหยวมาถึงริมขอบนรกเพลิง เปลวไฟร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากเบื้องหน้าแทบจะกลืนร่างเขาไว้ทั้งคน ทว่ากลับไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย
“จนถึงวันนี้ ข้าอาศัยตำแหน่งราชครูกับอำนาจของราชสำนัก จึงได้พบพานผู้มีวาสนาไม่น้อย”เขาว่าต่อด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ “แต่ตัวข้าเองไร้ซึ่งวิชาเช่นท่าน หากไม่อาศัยพลังของผู้อื่นแล้วไซร้ สิ่งใหญ่ใดๆ ก็คงยากจะสำเร็จได้”
“ใต้พื้นแห่งนี้ ยังมีค่ายกลอีกชั้นหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านราชครูใช้เพื่อสิ่งใด”
“สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่ง” ราชครูมิได้รีบตอบ “เป็นค่ายกลสำหรับเก็บกักพลังวิญญาณและซ่อนเร้นความเคลื่อนไหว หนึ่ง เพื่อมิให้พลังจากเปลวเพลิงรั่วไหล อันอาจสร้างภัยแก่เหล่าดวงวิญญาณที่อยู่โดยรอบ สองนั้น เพื่อมิให้เสียงโหยหวนของผู้รับโทษดังทะลุออกไป ทำให้ผีข้างนอกพลอยขวัญผวาไปด้วยและสาม ก็เพื่อซ่อนกลิ่น ไม่ให้เหล่าปีศาจภูตพรายภายนอกได้กลิ่น จนยกพวกมารบกวน”
“ฟังดูสมเหตุสมผลดี…”
ซ่งโหยวพยักหน้ารับ