ราชครูดูเหมือนเองก็เพิ่งมาถึงที่นี่เช่นกัน เขาเหลียวมองรอบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านยังอยากชมสิ่งใดอีกหรือไม่”
“พอแล้ว กลับกันเถิด”
“วันนี้ผู้มารับโทษมีไม่กี่ตน ที่เห็นก็เป็นพวกดวงแข็งทั้งนั้น บาปไม่หนักหนา ถูกเผาอยู่แค่ชั้นนอก ยังไม่มีอะไรน่าดูนัก” ราชครูว่าพลางหันหลังกลับ
แสงจากเพลิงสีแดงรอบๆ ตัวเริ่มหม่นลง และถูกแทนที่ด้วยไฟวิญญาณสีฟ้าอมขาว ดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก
ลำแสงคุ้มกายราชครูก็ค่อยๆ จางหายไป
แมวสามสีตัวน้อยยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม นางเงยหน้ามองนักพรตอย่างเชื่อฟัง
ส่วนเหล่าผู้ติดตามสองคนที่เฝ้าอยู่นั้น ต่างหอบหายใจแรง เหงื่อผุดเต็มขึ้นหน้าผาก เมื่อเห็นราชครูและซ่งโหยวกลับมาก็โล่งใจจนแทบจะยิ้มออกมา
“แม่นางสามสีไม่ได้วิ่งพล่านไปไหนใช่หรือไม่” ซ่งโหยวก้มลงถาม
แมวน้อยเอียงคอสบตาเขา แต่ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด
ใครเล่าจะรู้ว่าแมวคิดสิ่งใดอยู่
“กว่าสหายบำเพ็ญจะมาถึงที่นี่ก็ใช้เวลาตั้งหนึ่งคืนกับอีกครึ่งวีน แล้วยังเดินชมอยู่เนิ่นนาน คงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย เมืองผีแห่งนี้แม้ตั้งอยู่บนโลกมนุษย์ โดยทำหน้าที่เป็นสถานที่เชื่อมโยงแดนคนกับแดนผีแต่กลิ่นอายภูตผีเข้มข้นนัก ข้าเองยังมิกล้าค้างคืนในที่นี้ เพียงแต่ท่านมีพลังแก่กล้า อีกทั้งแม่นางสามสีและม้าแดงที่ติดตามมาก็ไม่ธรรมดานัก คงไม่ต้องหวั่นเกรงอะไร” ราชครูกล่าว “หากจะพักในเมืองผีนี้ ข้าจัดเรือนให้ก็ได้ หรือจะพักนอกเขาเยี่ยซาน ท่ามกลางแสงตะว