ั้งใจจะวักเหล้าที่หกขึ้นมาให้หมด
กว่านางจะหยุดก็ผ่านไปพักใหญ่แล้ว
นางค่อยๆ ตั้งสติ นั่งเหม่อลงตรงนั้นเพราะหมดเรี่ยวแรง มองชามที่เกือบจะว่างเปล่า แล้วหันไปมองพรมขนแกะชุ่มเหล้าส่งกลิ่นหอมหวาน นั่นเป็นของใช้ที่ร่วมทางมากับนางตั้งหลายปีเชียวนะ เจ้าแมวเอาแต่เหม่อลอย ก่อนจะหันไปมองนักพรต
เขายังคงนั่งนิ่ง หลับตาแน่วแน่ พลังวิญญาณฟ้าดินหมุนเวียนอยู่รอบตัวเขา
แมวน้อยจึงหันไปมองจิ้งจอกอีกที เห็นนางยังเล่นน้ำไม่รู้ร้อนรู้หนาว ร่ำสุราเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เจ้าแมวจึงถอนหายใจเบาๆ แล้วแปลงร่างกลับไปเป็นเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม นางค่อยๆ ย่องเข้าไปบิดพรมขนแกะ ระหว่างที่บิดก็ครุ่นคิดไปด้วย
นักพรตเคยเตือนแล้วว่าเหล้าข้าวหมักนั้นเป็นพิษ หากดื่มจนเมาอาจพาให้เสียเรื่องได้ จึงไม่ให้นางดื่มเยอะ แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้ฟังเขาเลย
คราวนี้คงต้องหาทางเอาตัวรอดแล้ว
“ท่านนักพรตช่างองอาจนัก เพียงนั่งอยู่เฉยๆ ก็ทำเอาพวกผีสางตามทางขวัญหนีดีฝ่อกันใหญ่”
เสียงของปีศาจจิ้งจอกแว่วมาจากอีกฟากของทะเลสาบ
แม่นางสามสีสะดุ้งโหยง คิดว่าถูกจับได้แล้ว ทว่าเมื่อฟังจนจบจึงค่อยโล่งอก เพราะจิ้งจอกพูดกับนักพรต ไม่ได้พูดกับตน
“ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย”
นักพรตตอบ
แม่นางสามสีรีบวางมือจากพรม เปลี่ยนมานั่งตัวตรง เสมือนเป็นศิษย์ที่ถูกอาจารย์จับได้ว่าทำผิด
“ท่านไม่กลัวผีพวกนั้นกลับไปที่เขาเยี่ยซาน แล้วรายงานราชครูว่าได้พบเทพระหว่างทางหรอกหรื