นท่านถ้าเดินทางจากจือจวิ้นไปที่อำเภออิ่นหนานโดยไม่เกิดหลงทิศหลงทางเข้า ก็คงใช้เวลาอีกสองสามวันเท่านั้น”
“สิบวันรึ…”
“อืม…”
สาวใช้พยักหน้ารับคำ แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง
ครั้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าแม่นางสามสีก็เผยยิ้มสดใสหมายจะหยอกเด็กน้อยเล่น จึงเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ข้าหายหน้าไปเพียงประเดี๋ยว แม่นางสามสีกลับดื่มเหล้าข้าวหมักจนหมด ข้าเติมให้อีกดีหรือไม่”
เด็กหญิงตัวน้อยแหงนมองนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะเหลียวมองไปยังทางที่จิ้งจอกกับนักพรตอยู
ฟึ่บ
นางเหยียดแขนออกมาแบมือให้ดู
กลางฝ่ามือมีเหรียญทองแดงวางเรียงอยู่
แสงจันทร์ยามวิกาลส่องให้จิ้งจอกมองเห็นชัดเจนขึ้น เป็นเหรียญทองแดงสี่ห้าเหรียญนั่นเอง
เด็กหญิงไม่ตอบ เพียงยื่นเหรียญให้นางไป
“ให้ข้าหรือ”
นางยังคงเงียบ แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยักหน้าเบาๆ ให้
สาวใช้จึงหัวเราะชอบใจ แล้วรับเหรียญในมือนางมา
“แม่นางสามสีช่างมีน้ำใจนัก ข้าขอขอบคุณ”
เด็กหญิงไม่พูดจา เพียงหมุนตัวกลับไป ร่างของนางพลันหดเล็กลง กลายเป็นแมวสามสีดังเดิม กระโดดโลดเต้นอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็วิ่งกลับไปหาพรมขนแกะ ซุกตัวใต้ผ้าห่ม แล้วหลับตาลง
“ดูท่าคงอีกไม่นานข้าจะต้องแยกจากท่านนักพรตแล้ว” แม่นางหว่านเจียงเอ่ยพลางสายหัวไปมา “ข้าถูกขังอยู่ในฉางจิงนับสิบปี ตั้งแต่ได้ออกมารวมทางกับท่านนักพรต ข้าก็รู้สึกเป็นอิสระ ไม่ต้องสวมบทบาทเทพผู้สูงส่งในใจพวกชนชั้นสูง ไม่ต้องต่อปากต่อคำกับเหล่าสัตว์เดรัจฉาน