ึ่บ!
เจ้ากบกระโดดเข้าไปในกล่องทันที
ภาพนั้นทำเอาแม่นางสามสีตื่นตาจนต้องยืนสองขา ยืดคอมองเข้าไปในกล่องด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สาวใช้ปิดฝากล่องลงทันที แล้วโยนกล่องใบนั้นเข้าไปในรถม้าอย่างไม่ใส่ใจนัก
แม่นางหว่านเจียงยังคงยืนอยู่ข้างรถม้าด้วยท่าทีอ่อนช้อย นางยกยิ้มละมุนละไมพลางกล่าวกับซ่งโหยวว่า
“ท่านนักพรตได้ยินหรือไม่ว่าเมื่อครู่ขุนนางทั้งสองท่านนั้นพูดเรื่องอันใด”
“ได้ยินแล้ว” ซ่งโหยวตอบเรียบๆ
“หรือว่ามีผู้ใดอาฆาตล้างแค้น คิดหาทางกำจัดขุนนางเฒ่าเหล่านั้น แต่ไม่กล้าเปิดเผยชื่ออย่างชัดแจ้งเช่น ‘กระบี่อัสนี’ อะไรทำนองนั้น จึงแสร้งกล่าวว่าเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจเสียอย่างนั้น”
ซ่งโหยวตอบเพียงสั้นๆ “ใครจะรู้เล่า”
“ขุนนางเฒ่าได้กลับไปอยู่บ้านหลังเกษียณ ย่อมต่างจากชาวยุทธ์มากโข เป็นเรื่องปกติที่จะไม่ทิ้งรอยไว้” แม่นางหว่านเจียงกล่าวพลางส่ายหน้าเบาๆ “เพียงแต่ว่า… เรื่องราวที่ผู้คนกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจนั้น จะมีสักกี่เรื่องที่ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง ชื่อเสียงพวกข้ามัวหมองลงก็เพราะเหตุนื้ทั้งนั้น…”
ซ่งโหยวไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงมองนางด้วยสายตาเรียบนิ่ง เขาไม่ได้แปลกใจที่นางรู้เรื่องเหล่านี้ดีเลย
แต่เดิมแม่นางหว่านเจียงกับจอมยุทธ์หญิงอู๋ต่างก็ทำงานให้องค์หญิงฉางผิงทั้งนั้น หน้าที่ที่ทั้งสองได้รับล้วนคล้ายคลึงกัน คือสืบข่าวและเก็บรวบรวมเบาะแส เพียงแต่เส้นทางเดินนั้นอาจจะแตกต่างกันไป