องของหมอเทวดาไช่เพิ่งคัดคัมภีร์ครึ่งแรกจบ จัดเรียงให้เรียบร้อยแล้วก็ส่งให้ซ่งโหยว เป็นปึกกระดาษหนา
ซ่งโหยวรับมา พินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร่ายคาถาลงไป เสมือนคราวที่ทำกับภาพวาดของจิตรกรโต้ว เพื่อป้องกันภัยทั้งปวง อาวุธใดล้วนตัดไม่ขาด ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ จากนั้นก็ห่อด้วยกระดาษน้ำมันทีละชั้น แล้วห่อผ้าไว้ให้สะพายหลังได้ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับหมอเทวดาไช่
“ท่านวางใจเถิด ข้าจะเก็บรักษาไว้ให้ดี ไว้ท่านเขียนอีกครึ่งหนึ่งเสร็จ ข้าจะกลับมารับท่าน สิ่งนี้เปรียบเสมือนถูกหล่อหลอมขึ้นจากเลือดเนื้อของท่าน ข้าย่อมเผยแพร่มันไปให้ผู้คนทั่วหล้า”
“ขอขอบคุณท่านมาก”
“ข้ามียันต์สองแผ่น”
ซ่งโหยวหยิบยันต์รูปสามเหลี่ยมสองแผ่นออกมา “ก่อนท่านจะเขียนเสร็จ อย่าได้ลงจากเขาเป็นอันขาด หากศิษย์ทั้งสองต้องลงไปซื้อของหรือไปหาของจากในหมู่บ้าน ก็จงพกยันต์ไว้ป้องกันภูตผีทั้งหลาย”
“ได้เลย”
“ทุกอย่างต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สุขภาพร่างกายนั้นสำคัญที่สุด ท่านคงรู้วิธีรักษาตัวมากกว่าข้า” ซ่งโหยวยิ้ม “พวกข้าจะลงเขาแล้ว แต่เจ้าม้าจะยังคงอยู่บนเขา หากพวกท่านต้องการสิ่งใด ก็ขอให้มันช่วยได้ เพียงบอกมันไปตามความจริงก็พอ แต่ถ้าไม่ได้พบมัน ก็แปลว่ามันไปที่อื่นแล้ว”
“ท่านมีพระคุณยิ่ง…”
“ท่านหมออย่ากล่าวเช่นนี้เลย ไม่จำเป็นต้องส่งข้าหรอก” ซ่งโหยวกล่าวพร้อมคว้าคัมภีร์ขึ้นมา แล้วหมุนตัวเดินจากไป “ขอลาไปก่อน”
หมอเทวดาไช่กับศิ