เสียงพิณที่แว่วมาจากหอเซียนกระเรียนในวันนี้ เป็นบทเพลงที่เหล่าผู้ลากมากดีจากฉางจิงไม่เคยได้ยินมาก่อน ท่วงทำนองนั้นแตกต่างไปจากทุกครา
คนทั้งหลายที่มาชุมนุมกันในหอนี้ แต่เดิมต่างมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนเซียนนักดีดพิณที่กำลังป่วยหนัก เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกกังวลใจและเศร้าสร้อย ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นเบิกบานใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น เหมันต์นอกหอสูงร่วงโรย หยาดพิรุณหนาวเหน็บโปรยลงสู่พื้นถนน แต่เพียงได้สดับฟังเสียงพิณ กลับรู้สึกอบอุ่นไปทั้งกาย ราวได้อาบแสงแดดยามวสันต์ เหล่านักปราชญ์มักคร่ำครวญฤดูกาลอยู่เสมอ ในนครฉางจิงมีปัญญาชนผู้มุ่งมั่นแต่ไร้หนทางแสดงฝีมืออยู่ไม่น้อย บัดนี้ล้วนสัมผัสได้ถึงความอิสรเสรีอันน่าพิศวง
ปกติแม่นางหว่านเจียงแทบไม่เคยบรรเลงบทเพลงเช่นนี้มาก่อนเลย
ในบรรดาบทเพลงทั้งหลาย ก็ใช่ว่าจะสะกดใจผู้คนไว้ได้ทั้งหมด
ทุกคนล้วนฉงน แต่ถึงกระนั้นก็ยังหลงใหลในเสียงพิณนั้น
ดุจล่องลอยในสุราลัย สุขสันต์เสียยิ่งกว่าได้ขึ้นเป็นเซียน
เหล่าปัญญาชนคบค้าสมาคมกันอย่างลึกซึ้ง มีผู้หนึ่งได้สติขึ้นมาระหว่างช่วงที่เสียงพิณเงียบไป กฌรีบลุกออกไปฝากคนให้ไปตามสหายผู้รักในดนตรี บอกให้รีบมาชมแม่นางหว่านเจียงบรรเลงพิณใ