ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น กลับเห็นเพียงหมอกควันเบาบาง และปีศาจจิ้งจอกที่คอยนั่งร่วมโต๊ะกับเขา
หญิงสาวเพียงยกยิ้มให้ ราวจะถามว่าเขากำลังคิดถึงสิ่งใด
“กินเนื้อสิ!”
ทันใดนั้นมือเล็กๆ ก็คีบเนื้อแกะมาตรงหน้าเขา
ครั้นมองตามมือนั้นไป ก็เห็นใบหน้าแฝงแววดื้อดึงของแม่นางสามสี
ดูเหมือนนางจะทนไม่ได้ที่เห็นเขาเอาแต่กินผัก
“…”
ซ่งโหยวก้มมองมือเล็กๆ ที่ทั้งมันแผล่บและชื้นแฉะ แถมมีฝุ่นติดอยู่นิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“แม่นางสามสีกินเองเถิด”
เขาผลักมือน้อยไร้เรี่ยวแรงของนางออก
แต่เพียงพริบตาเดียว มือข้างเดิมก็ยื่นกลับมาอีกครั้ง
“กินเนื้อสิ!”
เด็กหญิงกล่าวเสียงหนักแน่น จ้องหน้าเขาไม่วางตา
“…”
ซ่งโหยวได้แต่เผยสีหน้าจนใจ
หญิงสาวฝั่งตรงข้ามยังคงมองมาด้วยสายตาอันสงบนิ่ง ส่วนสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ
“แม่นางสามสีใช้ตะเกียบเป็นตั้งนานแล้วมิใช่หรือ ทำไมวันนี้ถึงใช้มือหยิบเล่า”
“เพราะมือมีนิ้วมากกว่าตะเกียบอีก”
“มีเหตุผล” สาวใช้หัวเราะเห็นด้วย “แถมยังหยิบจับอะไรง่ายกว่าด้วย”
“แต่ก็ต้องใช้ตะเกียบอยู่ดี”
“ได้เลย”
เด็กหญิงตอบรับแล้วก็ย้ายเนื้อแกะจากมือขวาไปไว้ในมือซ้าย แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยมือขวา ใช้คีบ