“นั่นอะไรน่ะ”
“แมวหรือ”
“เหตุใดแมวของฮองเฮาถึงมาเพ่นพ่านแถวนี้อีกแล้ว”
“แมวพวกนั้นล้วนไม่ธรรมดา ปีนหลังคากระโดดกำแพงเป็นเรื่องปกติ!”
“จะจับมันกลับไปให้ฮองเฮาหรือไม่ มิเช่นนั้นถ้าพระนางรู้เข้าว่าแมวหายไปตัวหนึ่ง อีกประเดี๋ยวกลางดึกก็สั่งให้พวกเราออกตามหาทั่ววังหลวงอีกเป็นแน่”
ระหว่างที่พวกองครักษ์พูดคุยกันก็ถือโคมไฟไปส่องดูให้ชัด แสงสว่างก็สาดทับเงาแมวบนพื้น
แมวสามสีนั่งตัวตรงเรียบร้อย พร้อมกับกำลังเอียงคอมองมาทางพวกเขา
นางตัวสะอาดสะอ้าน รูปร่างอ่อนช้อยงดงาม หน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาฉลาดเฉลียว เห็นนางเอียงคอเช่นนี้ ยิ่งดูเหมือนจะพูดออกมาว่า ‘มัวซุบซิบอะไรกัน เจ้ามนุษย์’
“แมวสามสีรึ ไม่ยักจะรู้ว่าฮองเฮาเลี้ยงแมวสามสีด้วย!”
“แมวตัวนี้สวยยิ่งนัก!”
“แถมยังดูฉลาดนัก อากาศหนาวเช่นนี้ คงมานอนรับไออุ่นจากเสาโคมไฟกระมัง”
“ได้ยินมาว่าวันนี้ฝ่าบาทเสด็จไปรับรองแขกที่ตำหนักฉางเล่อ และเซียนผู้ถูกเชิญมาในฐานะแขกคนสำคัญของฝ่าบาทก็พาแมวมาด้วยหนึ่งตัว อาจจะเป็นแมวตัวนี้ก็ได้”
“แมว? แขกคนสำคัญ?”
พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่เช่นนั้น เจ้าแมวสามสีก็เอียงคอมากขึ้นเรื่อยๆ ตามหัวข้อสนทนาของพวกเขา ดูแววตานางแล้ว เหมือนยิ่งฟังก็ยิ่งฉงนหนักเข้าไปใหญ่
ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงดังมาจากด้านหลัง
“ไปกันเถิดแม่นางสามสี”
“!”
ทว่าแมวสามสีกลับดูเหมือนจะฟังเข้าใจอย่างถ่องแท้ นางยืดตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดลงจากเสาโคมไ