ฟอย่างคล่องแคล่ว เหลียวหลังกลับมามองเหล่าองครักษ์เพียงปราดเดียว แล้ววิ่งตรงไปหานักพรตผู้นั้น
นักพรตทอดสายตามองเหล่าองครักษ์แล้วพยักหน้าเป็นเชิงทักทาย ก่อนจะก้าวเดินต่อไป โดยมีขันทีและแมวตัวนั้นคอยตามหลัง
เสียงสนทนาแว่วมาจากทางโน้น เห็นได้ชัดว่านักพรตกำลังพูดคุยกับแมวจริงๆ
“แม่นางสามสีมาทำอะไรแถวนี้หรือ”
“ก็ข้างในนั้นมันน่าเบื่อนี่นา”
“แล้วข้างนอกมีอะไรน่าสนุกกว่าหรือ”
“ตรงนี้มีแมว! แล้วก็มีหนู!”
“สถานที่กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ต้องมีหนูเยอะมากแน่”
“คนที่นี่เก่งกาจยิ่งนัก!”
“เก่งกาจอย่างไรหรือ”
“มีบ้านหลังใหญ่หลายหลัง เสาบ้านก็ใหญ่มากด้วย อลังการจริงๆ!”
“เป็นมรดกตกทอดจากบรรพชน”
“เป็นมรดกตกทอดจากบรรพชน~”
“ใช่แล้ว”
“คนพวกนั้นคุยกันตลกมาก”
“ตลกอย่างไร”
“ดูโง่เง่า”
“พูดเช่นนี้เสียมารยาทนะ”
“อืม!”
แมวเดินเคียงข้างนักพรต ยามเขาก้มลงมามอง นางก็เงยหน้าขึ้นตอบ พูดคุยหยอกล้อไปพลางราวกับเป็นสหายรักกันมานาน
นักพรตตอบโดยเลียนแบบคำพูดของเจ้าแมวเมื่อครู่
“ข้างนอกน่าสนุกกว่าหรือ”
“อากาศข้างนอกดีกว่า”
“อากาศข้างนอกดีกว่า~”
“แสงข้างนอกก็สวยกว่า”
“แสงข้างนอกก็สวยกว่า~”
“เลียนแบบมนุษย์เก่งจริงๆ”
“เจ้าก็พูดตามแม่นางสามสี! เจ้ามันพวกชอบเลียนแบบแมว”
“…”
นักพรตส่ายหน้าเล็กน้อย พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าราตรี วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในวังเนิ่นนานนัก สีสันยามสนธยายังไม่จางหาย ปลายหลังคามุงกระเบื้องของหมู่ตำหนักกลายเป็นเ