งาดำทาบทับผืนนภา ดวงดาราเริ่มทอแสงระยิบระยับ งดงามดุจห้วงฝัน สายลมยามราตรีพัดผ่าน พลันปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์เล็กน้อย ก่อนจะหันไปคุยกับเจ้าแมวต่อ ค่อยๆ เดินห่างออกไปเรื่อยๆ
หัวหน้าขันทีเอาแต่เดินตัวสั่น ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ส่วนขันทีชั้นสูงอีกสองคนที่เดินตามกลับดูเหมือนจะซึมซับความไร้เดียงสาในบทสนทนา คล้ายกับว่ามันทำให้ดวงใจที่ถูกวังหลวงแห่งนี้คุมขังไว้เนิ่นนานพลอยสงบลงไปด้วย
กระทั่งพ้นเขตวังหลวงแล้ว ซ่งโหยวปฏิเสธรถม้าที่ขันทีจัดหามาให้ แล้วเลือกเดินเท้ากลับบ้านไปพร้อมเจ้าแมว
ท่ามกลางความเดียวดายและความเงียบงัน คนย่อมมองเห็นตัวตนของตนเองได้ชัดเจนขึ้น เพราะเหตุนี้ การเดินเล่นยามค่ำคืนจึงกลายเป็นความรื่นรมย์อย่างหนึ่ง
เมื่อกลับถึงบ้าน ซ่งโหยวคิดจะบอกให้แม่นางสามสีพักผ่อนสักหน่อย ทำตัวเกียจคร้านเช่นแมวในวังบ้างก็ยังดี ทว่านางกลับไม่ยอม จะออกไปจับหนูบ้าง จะจุดตะเกียงอ่านหนังสือค้างคืนบ้าง
ไม่กี่วันต่อมา ก็เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของฮ่องเต้แล้ว
ทั่วทั้งเมืองฉางจิงพลันคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใด
วันประสูติขององค์จักรพรรดิ ปวงชนทั่วหล้าร่วมสรรเสริญแซ่ซ้อง กล่าวว่ารื่นเริงกันทั่วใต้หล้าก็ดูจะเกินไปนัก แต่หากกล่าวว่าทั่วนครหลวงร่วมเฉลิมฉลองนั้นก็หาใช่เรื่องแปลกอันใด
การทำให้ราษฎรสัมผัสได้ถึงความเมตตากรุณา ย่อมต้องลงมือทำจริง ส่วนใหญ่มักเป็นการลดหย่อนค่าเช่า อีกทั้งทางการยังตั้งโรงทานแจกจ่ายโจ