นไร
วันนี้ซ่งโหยวตื่นเช้ากว่าปกติ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเขา เขาไปซื้อปลามาจากตลาด แล่เป็นแผ่นบาง ต้มโจ๊กไว้หนึ่งหม้อ ตั้งใจจะเลี้ยงแม่นางสามสีเป็นรางวัลแทนความเหน็ดเหนื่อย ที่เมื่อคืนนางเอาแต่ไปยุ่งกับอะไรก็ไม่รู้
โจ๊กเพิ่งสุก กลิ่นหอมก็ลอยคลุ้งไปทั่วพร้อมกับไอความร้อนที่แผ่ซ่าน
ซ่งโหยวตักโจ๊กใส่ถ้วยสองใบ กำลังจะขึ้นไปเรียกเสาหลักของบ้านให้ลงมารับประทาน แต่ไม่ทันไรก็เห็นเจ้าแมวเดินตาปรือออกมาตรงมุมบันได นางมองมาทางเขาแล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“นักพรต เจ้าต้มอะไรอยู่หรือ…”
“กำลังคิดจะขึ้นไปเรียกแม่นางสามสีให้ลงมากินพอดี แต่เจ้ากลับลงมาเองเสียแล้ว”
“แม่นางสามสีได้กลิ่นแล้ว…”
“แม่นางสามสีจมูกไวเหลือเกิน”
“โจ๊กปลา”
“โจ๊กปลา…”
“ลงมากินสิ”
“อืม…”
เจ้าแมวเงยหน้ามองเขา แล้วก้มมองขั้นบันไดเบื้องล่าง ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณเพียงสองก้าว ก่อนจะชะงักไป คล้ายเพิ่งนึกออกว่าไม่อยากเดิน จึงเอนตัวกลิ้งลงไปทั้งอย่างนั้น ร่างนุ่มนิ่มของนางไถลลงมาตามขั้นบันไดเรื่อยๆ
ประหนึ่งสายน้ำไหลจากบันไดลงสู่พื้น
จนเมื่อแตะพื้นชั้นล่าง จึงรู้สึกถึงพื้นผิวที่แตกต่างไปจากบันไดไม้ นางจึงลุกขึ้น ส่ายหัวเล็กน้อย สะบัดตัวไปมา แล้วแสร้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่วงท่าสง่างาม
นางกระโดดขึ้นโต๊ะด้วยฝีเท้าบางเบา
เปลือกตายังคงปรือลงตามเดิม แอบชำเลืองนักพรตอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นเห็