นเขายกถ้วยโจ๊กขึ้น นางก็ยกสองอุ้งเท้าขึ้นหมายจะยกถ้วยตาม แต่เมื่อพบว่าตนยังเป็นแมว มีเพียงอุ้งเท้าเล็กๆ จับต้องอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนยื่นหน้าเข้าไปเลีย
“เมื่อคืนแม่นางสามสีไปขโมยวัวมาหรือไม่”
“แม่นางสามสีไม่ได้ขโมยวัวเสียหน่อย” เจ้าแมวตอบทั้งที่ยังเลียโจ๊กในถ้วย
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนว่าเมื่อคืนแม่นางสามสีไปก่อกำแพงเมืองมาเล่า”
“แม่นางสามสีไม่ใช่คน” นางตอบทั้งที่ไม่เงยหน้า “แม่นางสามสีสร้างกำแพงเมืองไม่เป็นเสียหน่อย”
“คงไม่ได้อ่านหนังสือตลอดทั้งคืนหรอกกระมัง”
“!”
เจ้าแมวทำหูตั้งขึ้นทันใด นางหยุดเลียโจ๊กไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วตอบเสียงอู้อี้
“แม่นางสามสีไปจับหนูมา”
“เช่นนั้นเอง”
ซ่งโหยวแหย่นางต่อเล็กน้อย บอกว่านางยังไม่ตื่นดี สงสัยคงอ่านหนังสือทั้งคืน ไม่รู้ว่าเพราะอยากพิสูจน์ว่าตนไม่ง่วงหรืออยากแสดงให้เห็นว่าไม่ได้อดหลับอดนอนอ่านหนังสือกันแน่ แต่หลังกินเสร็จ นางก็ยังยืนกรานจะเอาถ้วยไปล้าง ทั้งที่ดูง่วงจนเดินเซไปเซมา ครั้นเขาเอ่ยห้ามปรามก็ยังดื้อดึงไม่ยอมขึ้นไปพัก จะฝืนนั่งข้างล่างต่อไปให้ได้ ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไร ในที่สุดนางก็พึมพำขึ้นกับตนเอง
“ไหนๆ ข้าก็ไม่มีอะไรทำแล้ว ข้านอนก็ได้…”
แล้วก็ฟุบหลับคาโต๊ะไป
ซ่งโหยวหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมา เปิดกางคลุมร่างนางไว้พอดี
นางหลับไปพร้อมกลิ่นหมึกบนกระดาษ ไม่รู้ในความฝันจะยังอ่านหนังสืออยู่อีกหรือไม่
ในขณะ