สืบสายเลือดของราชวงศ์ได้ กระหม่อมก็ยิ่งมิอาจแก้ได้เช่นกัน” ซ่งโหยวเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “เพียงแต่ในการตัดสินใจแต่ละครั้ง ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ความแตกต่างของผลลัพธ์ กลับอาจไม่เลวร้ายเท่าการยืดเยื้อต่อไป”
“หืม ท่านกำลังเตือนให้ข้าด่วนตัดสินใจอย่างนั้นหรือ”
“ใต้หล้านี้ หากกล่าวถึงศาสตร์พยากรณ์แล้ว ราชครูย่อมเป็นอันดัยหนึ่ง หากพูดถึงกลศึกปัญญายุทธ ฝ่าบาทเองก็ทรงมีพระปรีชาสามารถไม่ธรรมดา หากแม้แต่ท่านทั้งสองยังไม่อาจตัดสินได้ เช่นนั้นก็ยิ่งไร้ผู้ใดตัดสินได้อีกต่อไป แทนที่จะปล่อยให้เรื่องราวคาราคาซังอยู่เช่นนี้ เหตุใดไม่ตัดสินเสียแต่เนิ่นๆ หากเลือกถูกย่อมเป็นผลดี หากสวรรค์กลั่นแกล้งให้เลือกผิด ก็ยังมีเวลาแก้ไขสถานการณ์มากกว่า” ซ่งโหยวเว้นไปครู่หนึ่ง “ยิ่งยืดเยื้อ ราชสำนักยิ่งสั่นคลอน สายธารในเงามืดยิ่งเชี่ยวกราก เกรงว่าหากปล่อยไว้นานไป อาจก่อเกิดหายนะใหญ่ ด้วยเหตุนั้นความลังเลไม่กล้าตัดสินใจ ย่อมเป็นหนทางที่เลวร้ายที่สุด”
ฮ่องเต้นิ่งไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิดอย่างหนัก สีพระพักตร์เผยให้เห็นว่าทรงติดอยู่ในความลังเลนี้มานานเพียงใด
ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยด้วยสุรเสียงทุ้มต่ำว่า
“ช่วงนี้ข้าทดสอบพวกเขาอยู่หลายครั้ง หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับประชาชนและบ้านเมือง องค์ชายสามย่อมทำได้ดีกว่า แต่หากเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจ องค์ชายสามกลับสู้องค์ชายรองไม่ได้เลย”
“ฝ่าบาททรงตั้งโจทย์อันใ