ยอย่าง ใช่ว่าเขาเพียงคนเดียวจะกำหนดได้เสียเมื่อไร เหมือนกับราชการบ้านเมืองทั้งปวง แม้แต่ข้าเอง ยังรู้สึกอับจนหนทางอยู่บ่อยครั้ง นับประสาอันใดกับเหล่าฮ่องเต้ในอดีตเล่า แม้แต่ฮ่องเต้องค์ก่อนซึ่งเป็นผู้สร้างตำหนักหลังนี้ ยังไม่อาจชี้นิ้วสั่งอิฐหรือหินได้เลย แล้วข้าผู้เพียงนั่งอยู่ในตำหนักนี้เล่า จะกำหนดทุกอย่างได้เชียวหรือ”
ซ่งโหยวฟังแล้วก็พอจะเข้าใจได้ ว่าฮ่องเต้ยังคงเชื่อว่าเฉินจื่ออี้มิได้คิดกบฏ
“เช่นนั้นฝ่าบาทยังทรงประสงค์จะถามสิ่งใดอีกหรือ กระหม่อมรู้เท่าไร ย่อมกราบทูลตามนั้น ไม่คิดปิดบังพ่ะย่ะค่ะ”
“ใต้หล้านี้ หากกล่าวถึงผู้ที่ข้าวางพระทัยได้ที่สุดแล้ว ก็เห็นจะไม่มีผู้ใดเกินท่านแล้ว”
“ฝ่าบาทได้โปรดตรัสมาเถิด”
“ท่านเคยไปเยือนค่ายที่แดนเหนือ ย่อมทราบดีว่าในกองทัพนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”
“บัดนี้แผ่นดินต้าเยี่ยนรุ่งเรืองมั่นคง ราษฎรต่างภาคภูมิที่ได้เกิดในแผ่นดินต้าเยี่ยน ทหารกล้าแห่งกองทัพแดนเหนือก็เช่นกัน” ซ่งโหยวตอบอย่างตรงไปตรงมา “ตามที่กระหม่อมเห็น ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้กล้าผู้ภักดีต่อบ้านเมือง”
“ได้ยินว่าไม่มีผู้ใดในกองทัพกล้าขัดขืนคำสั่งของเฉินจื่ออี้จริงหรือ”
“แม่ทัพเฉินมีบารมีในหมู่ทหารสูงส่งยิ่ง” ซ่งโหยวยังคงตอบตามจริง “อีกทั้งแม่ทัพเฉินยังคัดเลือกยอดฝีมือจากสำนักยุทธ์แถบพรมแดนเหนือเข้าร่วมกองทัพเป็นจำนวนมาก เพื่อถ่วงดุลอำนาจของบรรดาหัวหน้าตระกูลขุนศึกในทัพ หลังจากผ่านศึกมาอย่างต่อ