นักพรตและเจ้าแมวกลับขึ้นไปนอนบนบ้าน หลับยาวจนถึงยามบ่าย
ปิดม่านปิดหน้าต่างให้สนิท แสงตะวันเล็ดลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้ห้องชั้นบนอันมืดสลัวคล้ายถูกเคลือบไปด้วยสีเหลืองหม่น มีเพียงเส้นแสงบางๆ ทะลุผ่านรอยแยกระหว่างขอบหน้าต่างกับม่านที่ปิดไม่สนิท ทาบเป็นริ้วบนพื้นห้อง บรรยากาศเช่นนี้กลับชวนให้เคลิ้มหลับได้ยิ่งกว่าตอนกลางคืนเสียอีก
ระหว่างนั้นลืมตาตื่นขึ้นมาหลายครั้ง มองเห็นภาพตรงหน้าแล้วแทบแยกไม่ออกว่าอยู่ในฝันหรือความจริง จึงพลิกตัวหลับต่อไป
ครั้นตื่นขึ้นมาในยามบ่าย ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้ว คนจากทางการก็มาเยือนเสียแล้ว
ยังคงเป็นขุนนางผู้นั้นเช่นเดิม พร้อมด้วยหัวหน้ามือปราบและมือปราบ ทว่าผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านดอกท้อและชาวบ้านอีกสองสามคนมาด้วย ท่วงท่าของพวกเขาเมื่อคราวก่อนก็ถือว่านอบน้อมมากแล้ว แต่คราวนี้กลับยิ่งนอบน้อมยิ่งกว่าเดิมหลายส่วน
ซ่งโหยวเพียงบอกว่าผู้ที่ออกแรงลงมือช่วยเหลือแท้จริงคือแม่นางสามสี ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วให้พวกเขาไปคุยกับแม่นางสามสีเอง
ส่วนเขาไปจัดน้ำชาให้
เป็นมารยาทการต้อนรับแขกอย่างหนึ่ง
เห็นแม่นางสามสีนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ รูปร่างเล็กกระจ้อยร่อย หากท่วงทีกลับเคร่งขรึมสมฐานะ คนจากทางการรวมถึงชาวบ้านหมู่บ้านดอกท้อต่างพากันเอ่ยคำสรรเสริญและขอบคุณนางด้วยความเคารพนอบน้อม ถึงภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง ไม่แม้แต่จะยิ้ม ทว่าในใจกลับรู้สึกปั่นป่วน ประหนึ่งพายุใหญ่กระหน่