ำจนลมหายใจยังสั่นระส่ำ
“เชิญทุกท่านดื่มชา”
ขณะนั้นเองซ่งโหยวก็ยกน้ำชามาให้แขกทุกคน
“ขอบคุณคุณชาย”
“แม่นางสามสีช่างเก่งกาจยิ่งนัก อายุน้อยแต่กลับมีวิชาเก่งกาจถึงเพียงนี้ สมแล้วที่เป็นศิษย์ของท่านเซียน ช่วยคลายความทุกข์ให้ชาวอำเภอฉางอันได้อีกคราหนึ่ง” ขุนนางยกถ้วยชาขึ้นก่อน แล้วกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม “เชิญแม่นางสามสีดื่มก่อนเถิด”
เขาประคองถ้วยชาให้นางด้วยความเคารพ
ครั้นชาวบ้านที่มาด้วยเห็น ก็รีบลุกขึ้นมอบเงินรางวัลตาม
เด็กหญิงวางถ้วยชาลงกับโต๊ะ เช็ดมือกับเสื้อผ้าตนเองเล็กน้อย แล้วยื่นมือรับเงินด้วยท่าทางสำรวม
“แม้ทุกวันนี้หาใช่กลียุค แต่นครฉางจิงนั้นเจริญรุ่งเรือง มีผู้คนมากหน้าหลายตาอาศัย ย่อมมีเรื่องผีสางปีศาจมากขึ้น บัดนี้แม่นางสามสีกับคุณชายพำนักอยู่ในฉางจิง ถือเป็นบุญของเรา หากภายภาคหน้ายังมีเหตุปีศาจก่อความวุ่นวาย คงต้องขอรบกวนสองท่านอีก”
“อื้อ!”
เด็กหญิงผิวขาวยังคงสงวนท่าทีเย็นชา เพียงตอบเบาๆ
ท่วงท่าสมเป็น ‘แมวผู้สูงศักดิ์’ อย่างยิ่ง
กลับเป็นซ่งโหยวที่นั่งอยู่ด้านข้าง คอยดูพวกเขาอยู่เงียบๆ เขาหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“ขจัดสิ่งอัปมงคล ปราบภูตผีปีศาจ ช่วยเหลือคนหมู่มาก นั่นคือหน้าที่ของผู้บำเพ็ญตน จะอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ เพียงแต่นางต้องเรียนหนังสือ ไม่อาจเปลืองแรงไปกับเรื่องนี้มากนัก และประการที่สอง พวกข้าจะอยู่ที่ฉางจิงไม่นานนัก เรื่องอาถรรพ์ต่างๆ ในฉางจิงคงไม่อาจพึ่งพาแต่พวกข้า