จากเบื้องบน
แมวหน้ามุ่ยหน้าลงเล็กน้อย ราวกับไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร
คนแก่ย่อมหวังให้ตนไม่แก่ชรา
แต่เจ้าแมวกลับหวังตนให้โตเร็วขึ้น
ซ่งโหยวเห็นก็หัวเราะ
“ไม่ทราบว่าท่านราชครูอยู่ที่ใด” ซ่งโหยวถาม
“ราชครูนั้น แม้จะเป็นเสมือนโหรหลวงของข้า แต่ก็หาได้ต่างไปจากคุณชายนัก เขาก็เป็นผู้บำเพ็ญพรตเช่นกัน” ฮ่องเต้ตรัส “หลายปีมานี้เขาช่วยข้าดูแลราชกิจมากมาย วันนี้คงถึงเวลาที่เขาต้องออกไปจัดการกับสิ่งที่อยู่ ‘นอกเหนือจากโลกของมนุษย์’ แล้วกระมัง”
“ใช่เรื่องที่ภูเขาเยี่ยซาน แคว้นเฟิงโจวหรือไม่พะย่ะค่ะ” ซ่งโหยวถามต่อ
“ถูกต้อง”
“กระหม่อมทราบแล้ว”
บนโต๊ะมีสำรับอาหารอย่างหรูหรา อาหารแต่ละอย่างถูกคัดเลือกมาอย่างดียิ่งกว่าคราวก่อน โดยคำนึงถึงรสนิยมของซ่งโหยว มีแต่อาหารที่เขาชอบ ส่วนที่ไม่ชอบก็ตัดทิ้งไป
ฮ่องเต้ยกถ้วยขึ้นเชิญดื่ม แต่ซ่งโหยวเตือนให้ทรงดื่มแต่เพียงน้อย ด้วยเหตุพระพลานามัยไม่แข็งแรง
สนทนากันถึงชัยชนะของกองทัพแดนเหนือ, เรื่องราวในอดีตและปัจจุบัน บรรยากาศหาได้เหมือนเจรจากับฮ่องเต้ หากแต่คล้ายสหายสองคนสนทนากันกลางเรือในแม่น้ำท่ามกลางความเงียบสงบเสียมากกว่า
แม้แต่เจ้าแมวเอง ครั้นกินอิ่มแล้วก็เริ่มเกียจคร้าน เดินทอดน่องไปทั่วท้องพระโรงตามใจชอบ ปล่อยให้ทั้งสองสนทนาถึงเรื่องราวที่นางไม่เข้าใจฟังกันไป ทั้งที่เรื่องที่พวกเขากล่าวถึงนั้น ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ระดับแผ่นดินทั้งสิ้น และสถานที่นี้ก็คือศูนย์กลางแห