วเพิ่งงีบหลับไปครู่เดียว เจ้าแมวน้อยข้างๆ กลับหายตัวไป เห็นอีกทีก็พบว่านางแปลงกายเป็นมนุษย์แล้ว กำลังกอดมัดฟืนที่คาดไว้กับเอวอยู่ในอ้อมแขน เดินลัดเลาะมาตามทางเดินเล็กๆ
“…”
นักพรตหนุ่มถอนหายใจอย่างจนปัญญา เขากระชับไก่ในอ้อมแขน ก่อนจะยื่นมือไปจูงมือเด็กหญิงข้างที่ไม่ได้โอบฟืน แล้วเดินตามผู้คนเข้าประตูเมืองไป
โลกยามอรุณดูเหมือนถูกสร้างขึ้นใหม่
คนที่เคยนอนตื่นเที่ยง หากวันหนึ่งออกจากบ้านยามรุ่งสาง ย่อมได้เห็นอีกด้านหนึ่งของโลก ยุคสมัยนี้ก็เช่นกัน ยามเช้าในนครฉางจิงมีชีวิตชีวาจนนักพรตยังอดตื่นตะลึงไม่ได้
ลูกจ้างและเถ้าแก่โรงเตี๊ยมภัตตาคารต่างออกมาซื้อของสดกันตั้งแต่เช้า บ่าวรับใช้จากตระกูลร่ำรวยก็ต้องออกมาแย่งซื้อกับเขาเช่นกัน บนถนนยังเห็นบ่าวน้อยวิ่งถือไหใส่น้ำอุ่นหรือถาดอาหารไปตามตรอกซอกซอย ไม่รู้จะเอาไปส่งให้ตระกูลบ้านใด หากแม่นางสามสีรู้ว่าในฉางจิงยังมีหนทางหาเงินเช่นนี้ เกรงว่าตารางเรียนของนางคงถูกบีบให้แน่นกว่านี้อีกไม่น้อย
แน่นอนว่า ย่อมมีคนที่เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเช่นกัน บ้างเที่ยวสำมะเลเทเมาอยู่ตามหอโคมเขียวและโรงสุรา บ้างติดพันอยู่ในบ่อนทั้งคืน ครั้นโผล่มาเดินบนถนนยามเช้า ก็มีแต่กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ก้าวเดินแต่ละทีก็อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง
ผู้คนสองกลุ่มเดินสวนกันไปมา เป็นเพราะที่นี่คือฉางจิง ย่อมคึกคักไม่เหมือนที่ใด
ส่วนซ่งโหยวกับเด็กหญิงที่เดินเคียงข้างกลับดูแตกต่างจากทั้งสองกล