รียวขมวดเป็นปมราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง ความสงสัยเริ่มกัดกินหัวใจ รู้สึกคันยุบยิบเหมือนถูกกรงเล็บแมวเกา
อีกด้านหนึ่งของภูเขาตรงข้ามกับหมู่บ้านดอกท้อ โจวเหลยกงยืนอยู่กลางอากาศ แผ่รัศมีเทพออกมารอบกาย สายตาเย็นชาเพ่งมองนักพรตเบื้องล่าง
“ทายาทอารามฝูหลง เหตุใดเจ้าถึงมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ที่นี่”
“ท่านโจวเหลยกง” นักพรตเงยหน้าขึ้นมองฟ้า “ยินดีที่ได้เลื่อนขั้นเป็นจ้าวอัสนี”
“เจ้าช่างไม่ถ่อมตัวเลยนะ”
“ท่านลงมาคุยกันดีๆ เถิด ยืนอยู่บนฟ้าเช่นนั้นจะสะดุดตาเกินไป”
“ทำไมหรือ เจ้ากลัวคนอื่นเห็นว่าตนเองอยู่ที่นี่หรือ”
“เฮ้อ…”
ซ่งโหยวถอนหายใจเบาๆ เขารู้สึกจนใจเหลือเกิน ทำได้เพียงประสานมือคารวะ “ข้าไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไปแล้ว แมวน้อยของข้ารับงานมาจากทางการให้มาปราบปีศาจบนเขาแห่งนี้ นางดื้อรั้นนัก ทำอย่างไรก็ไม่ยอม ข้าก็เลย…”
“น่าสนใจดีนี่”
โจวเหลยกงแค่นหัวเราะ ร่างของเขาไปโผล่ที่อีกฝั่ง แม้ยังไม่ลงถึงพื้น แต่ก็ลดระดับลงจนต่ำกว่าเดิมมาก ด้านนี้อยู่คนละฝั่งกับหมู่บ้านดอกท้อ ย่อมไม่มีใครมองเห็นเขาแน่
“จะว่าไป ข้าเองก็มีเรื่องอยากรบกวนท่านอยู่พอดี”
“ว่ามา”
“ก่อนหน้านี้ข้าพเนจรอยู่ทางเหนือ เห็นปีศาจเข้ามาแทรกแซงศึกระหว่างมนุษย์ ช่วยเหลือพวกชาวแดนเหนือ จึงออกมือปราบมัน ในศึกครั้งสุดท้าย จอมมารอาศัยฤกษ์ฟ้าดิน ดลบันดาลน้ำท่วม แสดงให้เห็นว่าควบคุมน้ำได้ และของวิเศษที่มันใช้ก็คือกริชเล่มหนึ่ง เรียกว่า ‘ดาบส