ับสายลมยามราตรี ทุกคนต่างกลั้นหายใจ
ในหมู่บ้านพลันเงียบงันไร้สิ้นเสียงใดๆ เหลือเพียงเสียงคำรามนั้นที่ดังแว่วอยู่ในความมืด
ปีศาจเดินตามกลิ่นคาวโลหิตมา ลัดเลาะไปตามถนนในหมู่บ้านอย่างเชื่องช้า จนมาถึงลานกว้างหน้าบ้านที่ทั้งสามคนหลบซ่อนอยู่
ร่างนั้นยืนตัวตรงดุจมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่กว่าคนเล็กน้อย ไม่รู้ว่าฝังอยู่ใต้ดินมานานเพียงใด เสื้อผ้าที่สวมอยู่เหลือเพียงเศษผ้าเปื่อยยุ่ย แต่ก็มิได้ถึงกับเปลือย เพราะทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตะปุ่มตะป่ำเป็นปมสีดำดูอัปลักษณ์ ตามที่ชาวบ้านเล่ามาไม่ผิดเพี้ยน ผมสีหงอกขาว ใบหน้าสีเขียว มีฟันแหลมคม ปลายนิ้วมีกรงเล็บราวสัตว์ป่า มีเพียงสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปคือ ทั้งตัวมันเปียกชุ่ม แม้ไม่เห็นน้ำหยดลงพื้น แต่เห็นชัดว่ายังเปียกอยู่ทั่วร่าง
ปีศาจนั้นส่งเสียงคำรามต่ำ เดินเชื่องช้าไปทีละก้าว
จนกระทั่งมาถึงกลางลาน มันกลับหยุดลงกะทันหัน ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง แล้วหันมาทางบ้านหลังที่ทั้งสามคนหลบอยู่
“…”
ศิษย์อาจารย์ทั้งสามรีบกลั้นหายใจอีกครั้ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงแทบทะลุอก
ศิษย์ผู้หนึ่งขี้ขลาดนัก ถึงกับเบือนหน้าหนีจากช่องหน้าต่าง ไม่กล้ามองออกไปอีก
มู่อวิ๋นจื่อกำด้ามดาบไม้ท้อแน่น เส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน แสดงให้เห็นว่าภายในใจเขาเองก็มิได้สงบนิ่ง แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
แม้จะมาปราบปีศาจ แต่ในความเป็นจริง พวกเขาหาได้มีพลังต่อกรกับสิ่งชั่วร้ายนั้นโดยตร